กรณีไรเดอร์ยักยอกสินค้า: ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม (แอปพลิเคชัน) ต้องร่วมรับผิดด้วยหรือไม่

กรณีไรเดอร์ยักยอกสินค้า: ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม (แอปพลิเคชัน) ต้องร่วมรับผิดด้วยหรือไม่
ตัวอักษร

กรณีไรเดอร์ยักยอกสินค้า: ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม (แอปพลิเคชัน) ต้องร่วมรับผิดด้วยหรือไม่

โดย คลินิกกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา

 

บทนำ

จากข่าวที่ปรากฏในสังคมออนไลน์กรณีมีผู้ซื้อสินค้าออนไลน์เรียกใช้บริการรถรับส่งสินค้าผ่านแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเพื่อไปรับสินค้าจากผู้ขาย แต่ผู้รับส่งสินค้า (ไรเดอร์) กลับเบียดบังยักยอกสินค้าที่มีมูลค่า 21,500 บาท และแพลตฟอร์มเสนอชดเชยเงินค่าเสียหายโดยอ้างว่ามีการจำกัดความรับผิดไว้ตามเงื่อนไขการให้บริการเพียง 3,000 บาท จึงมีคำถามที่น่าสนใจ คือ (1) แพลตฟอร์มจะอ้างว่าเป็นเพียงตัวกลาง ไม่ได้มีส่วนในความเสียหายเพราะเป็นความรับผิดของไรเดอร์ได้หรือไม่ (2) การอ้างว่ามีข้อจำกัดความรับผิดในวงเงิน 3,000 บาทมีผลผูกพันผู้เสียหายเพียงใด และ (3) ผู้เสียหายมีช่องทางเรียกร้องใดบ้าง ทั้งนี้ ข้อวิเคราะห์ต่อไปนี้อาศัยข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฏในข่าว ซึ่งยังไม่ปรากฏรายละเอียดของเงื่อนไขการให้บริการและกลไกการทำงานของแอปพลิเคชันโดยครบถ้วน

 

1. ข้อเท็จจริงและนิติสัมพันธ์ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏเป็นข่าว ผู้ซื้อสั่งซื้อเครื่องเล่นเกม PS5 มือสองพร้อมแผ่นเกม รวมมูลค่า 21,500 บาท ผ่านช่องทางออนไลน์ แล้วผู้ซื้อเป็นผู้เรียกใช้บริการไรเดอร์ผ่านแอปพลิเคชันเพื่อไปรับสินค้าจากผู้ขายและนำมาส่งแก่ตน แต่ไรเดอร์นำสินค้าหลบหนีและไม่สามารถติดต่อได้ ภายหลังผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้เสียหายเรียกร้องค่าเสียหายจากแพลตฟอร์ม แต่ได้รับข้อเสนอชดเชยตามเงื่อนไขการให้บริการเพียง 3,000 บาท ประเด็นที่ต้องพิเคราะห์เบื้องต้น คือ บุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องและผลผูกพันทางกฎหมาย

1.1 ผู้ขาย มีหน้าที่ส่งมอบสินค้าแก่ผู้ซื้อตามสัญญาซื้อขาย ในกรณีนี้ผู้ซื้อเป็นฝ่ายเรียกไรเดอร์มารับสินค้าเอง ผู้ขายเพียงมอบสินค้าให้ไรเดอร์ตามที่ผู้ซื้อเรียกใช้บริการ จึงมิได้เป็นผู้ใช้บริการหรือคู่สัญญากับแพลตฟอร์ม การที่สินค้าสูญหายระหว่างการขนส่งจะกระทบสิทธิหน้าที่ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายอย่างไร ขึ้นอยู่กับข้อตกลงเรื่องการส่งมอบและการรับความเสี่ยงภัยระหว่างคู่สัญญา เช่น หากถือว่าผู้ขายได้ส่งมอบสินค้าแก่ผู้ขนส่งที่ผู้ซื้อเป็นผู้จัดหาแล้ว ความเสี่ยงภัยในทรัพย์เฉพาะสิ่งอาจตกแก่ผู้ซื้อตามหลักในมาตรา 370 ซึ่งเป็นประเด็นแยกต่างหากจากความรับผิดของแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ หลักฐานการส่งมอบสินค้าให้ไรเดอร์ของผู้ขายจึงมีความสำคัญ

1.2 ไรเดอร์ ครอบครองสินค้าโดยชอบเพื่อนำส่ง หากเบียดบังเอาสินค้าเป็นของตนโดยทุจริต โดยทั่วไปย่อมเข้าองค์ประกอบความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ทั้งนี้ หากพฤติการณ์แสดงว่ามีเจตนาทุจริตมาตั้งแต่ต้นอาจเข้าข่ายความผิดฐานอื่น เช่น ฉ้อโกงตามมาตรา 341 ซึ่งต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นรายคดี ในทางแพ่ง ไรเดอร์ต้องรับผิดชดใช้ราคาทรัพย์หรือค่าสินไหมทดแทนตามหลักในเรื่องละเมิด

1.3 แพลตฟอร์ม ฐานะของแพลตฟอร์มเป็นประเด็นหลักของข้อพิพาท อาจพิจารณาเป็น (ก) ผู้รับขนตามสัญญา (ข) ผู้ว่าจ้างหรือนายจ้างของไรเดอร์ (ค) ตัวการของไรเดอร์ หรือ (ง) ตัวกลางที่ทำหน้าที่เพียงให้บริการจัดหาช่องทางพบกันระหว่างผู้ใช้บริการกับไรเดอร์

1.4 ข้อสังเกตเรื่องคู่สัญญา สัญญาใช้บริการแพลตฟอร์มเกิดขึ้นระหว่างผู้ใช้แอปพลิเคชันซึ่งในกรณีนี้คือผู้ซื้อผู้เรียกใช้บริการไรเดอร์ กับแพลตฟอร์ม ผู้ซื้อจึงเป็นคู่สัญญาโดยตรง (ทั้งในฐานะผู้ว่าจ้างให้ขนส่งและผู้รับสินค้าปลายทาง) ส่วนผู้ขายเป็นเพียงผู้ส่งมอบสินค้าให้ไรเดอร์ตามที่ผู้ซื้อเรียกใช้บริการ ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับแพลตฟอร์ม ข้อเท็จจริงข้อนี้ส่งผลต่อสิทธิเรียกร้องและต่อการอ้างข้อจำกัดความรับผิด ดังนี้

    • ผู้ซื้อซึ่งเป็นคู่สัญญา อาจใช้สิทธิเรียกร้องตามสัญญาใช้บริการโดยตรง โดยไม่ต้องอาศัยหลักสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก
    • ผู้ซื้ออาจเรียกร้องจากไรเดอร์ในมูลละเมิด และอาจเรียกร้องจากแพลตฟอร์มในมูลละเมิดตามหลักความรับผิดของนายจ้างหรือตัวการ (ป.พ.พ. มาตรา 425 และ 427) ควบคู่กับสิทธิตามสัญญา อย่างไรก็ดี เมื่อผู้ซื้อเป็นคู่สัญญา แพลตฟอร์มย่อมอ้างข้อจำกัดความรับผิดในเงื่อนไขการให้บริการขึ้นต่อสู้ผู้ซื้อได้เป็นหลัก และอาจอ้างว่าข้อจำกัดดังกล่าวครอบคลุมถึงความรับผิดทางละเมิดที่เกิดจากการปฏิบัติตามสัญญาเดียวกันด้วย ผู้ซื้อจึงต้องโต้แย้งความมีผลบังคับของข้อจำกัดนั้นตามที่วิเคราะห์ในหัวข้อ 3.4 และ 4

 

2. แพลตฟอร์มต่อสู้ว่าเป็นเพียงผู้ให้บริการ “ตัวกลาง/ระบบจับคู่ทางสารสนเทศ” เท่านั้น

ในปัจจุบันแพลตฟอร์ม(แอปพลิเคชัน) มักยกข้อต่อสู้ว่าตนเป็นเพียงผู้ให้บริการระบบจับคู่ มิใช่คู่สัญญาในสัญญาขนส่ง และไรเดอร์เป็นผู้รับจ้างอิสระ มิใช่ลูกจ้าง ประเด็นนี้สำคัญอย่างมากซึ่ง ณ ปัจจุบันยังไม่เป็นข้อยุติทั้งในทางกฎหมายและในกระบวนพิจารณาของศาล เพราะการจำแนกลักษณะนิติสัมพันธ์ย่อมจะต้องพิจารณาจากสาระและพฤติการณ์แห่งความสัมพันธ์ที่เป็นจริง มิใช่จากถ้อยคำที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้ในเงื่อนไขการให้บริการเพียงอย่างเดียว แต่จะพิจารณาจาก "เนื้อหาแห่งนิติสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจริง" โดยมีแนวการพิจารณาดังนี้

2.1 นิติสัมพันธ์แบบนายจ้างและลูกจ้าง (ป.พ.พ. มาตรา 575 และ 425)

สัญญาจ้างแรงงานตามมาตรา 575 มีลักษณะสำคัญคือ ผู้รับจ้างทำงานให้ผู้ว่าจ้างโดยอยู่ภายใต้อำนาจบังคับบัญชา และได้รับค่าจ้างตอบแทน แม้เอกสารจะระบุว่าไรเดอร์เป็นผู้รับจ้างอิสระ แต่หากข้อเท็จจริงแสดงว่าแพลตฟอร์มควบคุมวิธีการทำงานอย่างใกล้ชิด กำหนดค่าตอบแทนและกติกาการทำงานฝ่ายเดียว ประเมินผลงาน หรือมีมาตรการลงโทษ เช่น ระงับบัญชีหรือลดคะแนนเมื่อปฏิเสธงาน ย่อมเป็นข้อเท็จจริงที่สนับสนุนว่ามีอำนาจบังคับบัญชา

หากศาลวินิจฉัยว่าเป็นนายจ้างลูกจ้าง แพลตฟอร์มในฐานะนายจ้างต้องร่วมกับลูกจ้างรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างกระทำไปในทางการที่จ้างตามมาตรา 425 ทั้งนี้ผู้เสียหายต้องพิสูจน์ด้วยว่าการเบียดบังสินค้าซึ่งเป็นการกระทำโดยเจตนา เกิดขึ้นในทางการที่จ้าง ซึ่งเป็นประเด็นข้อเท็จจริงที่ศาลต้องวินิจฉัยตามพฤติการณ์แห่งคดี นอกจากนี้ มีข้อโต้แย้งทางวิชาการและทางนโยบายเกี่ยวกับสถานะแรงงานของไรเดอร์ในระบบแพลตฟอร์มซึ่งยังไม่มีข้อยุติโดยสมบูรณ์

2.2 นิติสัมพันธ์แบบตัวการและตัวแทน (ป.พ.พ. มาตรา 797, 820, 821 และ 427)

มาตรา 797 นิยามตัวแทนว่าเป็นผู้มีอำนาจทำการแทนตัวการ มาตรา 820 บัญญัติให้ตัวการผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจการที่ตัวแทนทำไปภายในขอบอำนาจ ส่วนมาตรา 821 ว่าด้วย “ตัวแทนเชิด” คือกรณีที่บุคคลใดเชิดผู้อื่นออกแสดงเป็นตัวแทน หรือรู้แล้วยอมให้ผู้อื่นเชิดตนเองออกแสดงเป็นตัวแทน บุคคลนั้นต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนเป็นตัวแทนของตน ทั้งนี้ ตามแนวคำพิพากษาฎีกาที่ปรากฏ บุคคลภายนอกต้องหลงเชื่อจริงว่ากำลังติดต่อกับตัวการ

การที่ไรเดอร์สวมเครื่องแบบหรือใช้เครื่องหมายของแพลตฟอร์ม และการที่ผู้ใช้บริการเข้าใจโดยสุจริตว่าใช้บริการขนส่งของแพลตฟอร์ม อาจเป็นข้อเท็จจริงที่สนับสนุนการปรับใช้มาตรา 821 อย่างไรก็ดี ควรสังเกตว่าหลักตัวการตัวแทนตามมาตรา 797 และ 820 โดยธรรมชาติเกี่ยวข้องกับการทำนิติกรรมแทนกัน ส่วนการขนส่งสินค้าเป็นการปฏิบัติตามสัญญารับขน การปรับใช้หลักดังกล่าวกับไรเดอร์จึงอาจเผชิญข้อโต้แย้งเชิงทฤษฎี ในส่วนของความรับผิดทางละเมิด มาตรา 427 บัญญัติให้นำมาตรา 425 และ 426 ไปใช้บังคับแก่ตัวการและตัวแทนโดยอนุโลม ตัวการจึงอาจต้องร่วมรับผิดกับตัวแทนในผลแห่งละเมิดที่ตัวแทนกระทำไปในทางการที่ทำแทน

2.3 นิติสัมพันธ์แบบจ้างทำของและมาตรา 428

ข้อต่อสู้ที่แพลตฟอร์มอาจยกขึ้นอีกประการหนึ่งคือ หากไรเดอร์เป็นผู้รับจ้างอิสระในลักษณะจ้างทำของ มาตรา 428 บัญญัติว่าผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายที่ผู้รับจ้างก่อให้เกิดแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ ในคำสั่งที่ให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง ผู้เสียหายจึงอาจต้องอาศัยข้อเท็จจริงว่าแพลตฟอร์มบกพร่องในการคัดเลือกไรเดอร์ เช่น ไม่ตรวจสอบประวัติหรือยืนยันตัวตนอย่างเหมาะสม หรือมีคำสั่งและระบบงานที่บกพร่อง เพื่อเข้าข้อยกเว้นของมาตราดังกล่าว

 

3. ความรับผิดในฐานะผู้ขนส่ง (ป.พ.พ. ลักษณะ 8 รับขน)

3.1 หลักความรับผิดและเหตุยกเว้น หากแพลตฟอร์มมีฐานะเป็นผู้รับขน คือรับปากขนส่งสินค้าไปยังปลายทางเพื่อบำเหน็จ มาตรา 616 กำหนดให้ผู้ขนส่งต้องรับผิดในการที่ของซึ่งมอบหมายแก่ตนสูญหายหรือบุบสลายหรือส่งมอบชักช้า เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าเกิดแต่เหตุสุดวิสัย สภาพแห่งของนั้นเอง หรือความผิดของผู้ส่งหรือผู้รับตราส่ง ผู้ขนส่งจึงมีภาระพิสูจน์เหตุยกเว้น และตามถ้อยคำของบทบัญญัติ การที่บุคคลซึ่งผู้ขนส่งใช้ปฏิบัติการขนส่งเบียดบังสินค้า มิใช่เหตุยกเว้นที่กฎหมายระบุไว้โดยตรง

3.2 การมอบหมายขนส่งต่อ มาตรา 617 บัญญัติให้ผู้ขนส่งต้องรับผิดในการที่ของสูญหาย บุบสลาย หรือส่งชักช้า อันเกิดแต่ความผิดของผู้ขนส่งคนอื่นหรือบุคคลอื่นซึ่งตนได้มอบหมายของนั้นไปอีกทอดหนึ่ง และมาตรา 618 กำหนดให้ผู้ขนส่งหลายทอดรับผิดร่วมกัน ดังนั้น หากแพลตฟอร์มเป็นผู้รับขนแล้วมอบหมายให้ไรเดอร์ขนส่งต่อ การอ้างว่าความผิดเป็นของไรเดอร์ย่อมไม่อาจใช้ปฏิเสธความรับผิดต่อผู้ส่งได้

3.3 ของมีค่า (มาตรา 620) มาตรา 620 ยกเว้นความรับผิดของผู้ขนส่งสำหรับเงินตรา ตั๋วเงิน อัญมณี และของมีค่าอย่างอื่น หากมิได้บอกราคาหรือสภาพแห่งของไว้ในขณะส่งมอบ และหากบอกราคาไว้ ความรับผิดจำกัดไม่เกินราคาที่บอก ตามแนวคำพิพากษาฎีกาที่ 5746/2553 สินค้าที่มีราคาสูงไม่ถือเป็น “ของมีค่าอย่างอื่น” ตามมาตรานี้เสมอไป เครื่องเล่นเกมจึงอาจถูกมองเป็นสินค้าทั่วไป แต่ประเด็นนี้ศาลต้องวินิจฉัยตามพฤติการณ์ และแพลตฟอร์มย่อมอาจยกมาตรา 620 ขึ้นต่อสู้ ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงว่าผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้เรียกใช้บริการได้สำแดงราคาสินค้าหรือมีช่องทางให้สำแดงราคาในแอปขณะเรียกใช้บริการหรือไม่ จะเป็นประเด็นสำคัญในการพิจารณา

3.4 ข้อความจำกัดความรับผิดในใบรับ (มาตรา 625) มาตรา 625 บัญญัติว่า ใบรับ ใบตราส่ง หรือเอกสารทำนองนั้นที่ผู้ขนส่งออกให้แก่ผู้ส่ง หากมีข้อความยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่ง ข้อความนั้นเป็นโมฆะ เว้นแต่ผู้ส่งแสดงความตกลงด้วยชัดแจ้ง ในคำพิพากษาฎีกาที่ 5746/2553 ศาลวินิจฉัยว่าข้อความจำกัดความรับผิดที่ปรากฏอยู่ในเงื่อนไขการว่าจ้างด้านหลังเอกสาร โดยไม่ปรากฏข้อตกลงชัดแจ้งในการจำกัดความรับผิด เป็นโมฆะตามมาตรา 625 และผู้ขนส่งต้องรับผิดตามราคาสินค้าที่แท้จริง ในกรณีของแอปพลิเคชัน ผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้เรียกใช้บริการย่อมอยู่ในฐานะ “ผู้ส่ง” ตามสัญญารับขน (และเป็นผู้รับตราส่งปลายทางด้วย) ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ เงื่อนไขการให้บริการที่ผู้ซื้อกดยอมรับในระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็น “เอกสารทำนองนั้น” ที่ผู้ขนส่งออกให้แก่ผู้ส่ง และเป็นการแสดงความตกลงด้วย “ชัดแจ้ง” หรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่ยังไม่ปรากฏแนวบรรทัดฐานที่ชัดเจนสำหรับบริการลักษณะนี้ และเป็นข้อโต้แย้งสำคัญสำหรับผู้เสียหาย

3.5 การสิ้นสุดความรับผิดและอายุความ มาตรา 623 บัญญัติให้ความรับผิดของผู้ขนส่งสิ้นสุดเมื่อผู้รับตราส่งรับของไว้โดยไม่อิดเอื้อนและชำระค่าระวางพาหนะแล้ว และมิให้ใช้บังคับในกรณีทุจริตหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงอันปรับเป็นความผิดของผู้ขนส่งได้ ในคดีนี้สินค้าไม่เคยถูกส่งมอบ จึงโดยทั่วไปมิใช่กรณีที่ผู้รับตราส่งรับของไว้แล้ว ส่วนมาตรา 624 ว่าด้วยอายุความฟ้องเรียกร้องจากผู้ขนส่ง ซึ่งโดยหลักมีกำหนดสั้นกว่าอายุความทั่วไป แต่ตามที่ปรากฏในคำพิพากษาศาลฎีกา กรณีทุจริตหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงมีอายุความ 10 ปี ผู้เสียหายควรตรวจสอบกำหนดเวลาจากตัวบทฉบับทางการและดำเนินการโดยเร็ว

 

4. แพลตฟอร์มอ้างว่ามีข้อจำกัดความรับผิดวงเงิน 3,000 บาท

4.1 ป.พ.พ. มาตรา 373 ข้อตกลงที่ทำไว้ล่วงหน้าเพื่อยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพราะกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตน เป็นโมฆะ หากพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของแพลตฟอร์มเอง เช่น ละเลยการคัดกรองหรือการติดตามอย่างร้ายแรง ข้อจำกัดวงเงินย่อมไม่อาจอ้างเพื่อยกเว้นความรับผิดในส่วนนั้นได้

4.2 พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 บัญญัติว่า ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป ที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้กำหนดสัญญาได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี ข้อตกลงยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดที่เกิดจากการผิดสัญญาเป็นตัวอย่างหนึ่งของข้อตกลงที่อาจถือว่าทำให้ได้เปรียบตามมาตรา 4 วรรคสาม (1) และหากมีข้อสงสัย ให้ตีความสัญญาสำเร็จรูปเป็นคุณแก่ฝ่ายที่มิได้เป็นผู้กำหนดสัญญา (มาตรา 4 วรรคสอง) โดยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการปรับใช้ในเรื่องนี้ มี 3 ประการ

ประการแรก คำว่า “ผู้บริโภค” ตามมาตรา 3 หมายถึงผู้ทำสัญญาเพื่อให้ได้มาซึ่งบริการโดยมีค่าตอบแทนและมิใช่เพื่อการค้า ผู้ซื้อที่เรียกใช้บริการขนส่งสินค้าซึ่งซื้อมาเพื่อใช้เองหรือเพื่อการอุปโภคส่วนตัวโดยทั่วไปน่าจะเข้านิยามผู้บริโภค แต่หากซื้อสินค้าเพื่อนำไปขายต่อหรือประกอบการค้า อาจไม่เข้านิยามผู้บริโภค แต่ข้อสัญญาที่อยู่ในสัญญาสำเร็จรูปก็ยังอยู่ในบังคับมาตรา 4 โดยไม่จำต้องเป็นผู้บริโภค

ประการที่สอง ในการวินิจฉัยว่าข้อสัญญามีผลบังคับเพียงใดจึงเป็นธรรม มาตรา 10 ให้พิเคราะห์พฤติการณ์ทั้งปวง เช่น ความสุจริต อำนาจต่อรอง ฐานะทางเศรษฐกิจ ความรู้ความเข้าใจ ปกติประเพณีของสัญญาชนิดนั้น และภาระที่หนักกว่ามากของคู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง ข้อเท็จจริง เช่น การแจ้งข้อจำกัดอย่างชัดเจนก่อนใช้บริการ ความเหมาะสมของวงเงินกับมูลค่าสินค้าที่ระบบอนุญาตให้ส่ง และทางเลือกให้สำแดงมูลค่าหรือซื้อความคุ้มครองเพิ่ม ย่อมเป็นพฤติการณ์ที่ศาลอาจนำมาพิจารณา

ประการที่สาม มาตรา 8 วรรคหนึ่งห้ามอ้างข้อจำกัดความรับผิดสำหรับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยเท่านั้น จึงไม่ครอบคลุมความเสียหายต่อทรัพย์สินในคดีนี้ ส่วนมาตรา 8 วรรคสองให้ข้อจำกัดความรับผิดในกรณีอื่นมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี

 

5. ความรับผิดฐานละเมิดของแพลตฟอร์ม (ป.พ.พ. มาตรา 420)

นอกจากความรับผิดแทนไรเดอร์ตามที่ได้นำเสนอไว้ก่อนหน้านั้น ยังมีอีกประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับความรับผิดโดยตรงของแพลตฟอร์ม คือ ความรับผิดในเรื่องกระทำละเมิด หากผู้เสียหายพิสูจน์ได้ว่าแพลตฟอร์มกระทำโดยประมาทเลินเล่อต่อหน้าที่ที่พึงมีในฐานะผู้ประกอบธุรกิจ เช่น ไม่มีระบบพิสูจน์ตัวตนและขาดระบบการตรวจสอบประวัติไรเดอร์ที่เหมาะสม หรือทราบเหตุผิดปกติแล้วแต่ละเลยไม่ระงับการใช้งานหรือติดตามสินค้า ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย โดยผู้เสียหายจะต้องนำสืบพิสูจน์การกระทำโดยประมาทและความเสียหายที่เกิดขึ้น

 

6. บทวิเคราะห์สรุปตามสถานะของแพลตฟอร์ม

  • แพลตฟอร์มมีฐานะเป็นผู้รับขน: ต้องรับผิดตามมาตรา 616 และ 617 แม้ความเสียหายเกิดจากไรเดอร์ ผู้เสียหายสามารถโต้แย้งข้อจำกัด 3,000 บาทด้วยมาตรา 625 มาตรา 373 และพระราชบัญญัติข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เพื่อเรียกร้องส่วนที่ขาดอีก 18,500 บาท เว้นแต่แพลตฟอร์มจะยกมาตรา 620 ขึ้นต่อสู้สำเร็จ
  • แพลตฟอร์มมีอำนาจควบคุมไรเดอร์ (นายจ้างหรือตัวการ): อาจต้องร่วมรับผิดต่อมูลค่าความเสียหายเต็มจำนวน 21,500 บาท ตามมาตรา 425 หรือมาตรา 427 ประกอบมาตรา 821 ตามแต่กรณี โดยต้องพิสูจน์องค์ประกอบของความสัมพันธ์และว่าการกระทำอยู่ในทางการที่จ้างหรือที่ทำแทน
  • แพลตฟอร์มเป็นเพียงตัวกลางอย่างแท้จริง: ความรับผิดอาจจำกัดลง โดยเฉพาะหากเป็นกรณีจ้างทำของตามมาตรา 428 แต่ยังต้องพิจารณาว่าแพลตฟอร์มคัดเลือก กำกับดูแล และตอบสนองต่อเหตุผิดปกติอย่างสมเหตุสมผลหรือไม่ หากบกพร่อง อาจรับผิดตามมาตรา 428 ตอนท้ายหรือมาตรา 420

ทั้งนี้ การจำแนกฐานะข้างต้นเป็นประเด็นข้อเท็จจริงและการตีความสัญญาที่ต้องอาศัยพยานหลักฐานในแต่ละคดี บทความนี้มิใช่คำพยากรณ์ผลคดี

 

7. แนวทางสำหรับผู้เสียหาย

  • รวบรวมพยานหลักฐาน: หลักฐานการซื้อขายและการชำระเงิน ภาพถ่ายสินค้า ภาพหน้าจอคำสั่งเรียกไรเดอร์ที่ผู้ซื้อเรียกใช้ในแอป หมายเลขงาน ข้อมูลไรเดอร์ หลักฐานหรือคำยืนยันจากผู้ขายว่าได้ส่งมอบสินค้าให้ไรเดอร์แล้ว ประวัติการสนทนา เงื่อนไขการให้บริการที่ใช้ในขณะนั้น และหนังสือหรือข้อความที่แพลตฟอร์มเสนอชดเชย
  • แจ้งความดำเนินคดีอาญา: แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในข้อหายักยอกหรือข้อหาอื่นตามพฤติการณ์ เพื่อให้มีการรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามตัวผู้กระทำความผิด
  • ทำหนังสือทวงถามถึงแพลตฟอร์ม: ให้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรถึงฐานะทางกฎหมายของตน ระบบคัดกรองและติดตามไรเดอร์ และเหตุผลที่จำกัดการชดใช้ พร้อมเรียกร้องค่าเสียหายส่วนที่ขาด โดยโต้แย้งเรื่องอำนาจควบคุม ฐานะผู้ขนส่ง และข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และไม่ควรลงนามยอมรับเงินชดเชยโดยมีข้อความสละสิทธิเรียกร้องก่อนปรึกษาผู้รู้กฎหมาย
  • ร้องเรียนหน่วยงานรัฐ: ยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนผู้บริโภค และอาจแจ้งข้อมูลต่อสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ. หรือ ETDA) ซึ่งกำกับดูแลธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 อย่างไรก็ตาม จากถ้อยแถลงของภาครัฐที่ปรากฏเมื่อปี 2569 บทบาทของ ETDA ที่ผ่านมาเน้นการรับแจ้งการประกอบธุรกิจ และอำนาจตรวจสอบและบังคับใช้ยังมีข้อจำกัด การร้องเรียนต่อหน่วยงานนี้จึงมิใช่หลักประกันว่าจะได้รับการชดใช้
  • ฟ้องคดีแพ่ง: หากเจรจาไม่สำเร็จ อาจฟ้องแพลตฟอร์มและไรเดอร์ ซึ่งหากเข้านิยามคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 จะใช้วิธีพิจารณาเฉพาะซึ่งออกแบบให้เอื้อต่อผู้บริโภค ทั้งนี้ ควรปรึกษาทนายความเพื่อพิจารณาฐานกฎหมาย คู่ความ และกำหนดอายุความที่เหมาะสมกับข้อเท็จจริง

 

บทสรุป และข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม

ถ้อยคำในเงื่อนไขการให้บริการว่าแพลตฟอร์มเป็นเพียง “ตัวกลาง” และการกำหนดวงเงินชดเชย 3,000 บาท มิใช่จุดสิ้นสุดของข้อพิพาท ศาลจะพิจารณาเนื้อแท้ของนิติสัมพันธ์ว่าแพลตฟอร์มเป็นผู้รับขน นายจ้าง ตัวการ หรือเพียงผู้จัดหาช่องทางจับคู่ และพิจารณาความมีผลบังคับของข้อจำกัดความรับผิดตามมาตรา 373 มาตรา 625 และพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ผู้เสียหายจึงมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายที่ควรรวบรวมพยานหลักฐานและใช้สิทธิโดยเร็ว ในขณะที่ผู้ให้บริการควรออกแบบระบบและเงื่อนไขการให้บริการให้โปร่งใสและเป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการ ปัญญาที่เกิดขึ้นสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของบริการส่งสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม ซึ่งผู้ให้บริการควรทบทวนอย่างน้อยสามด้าน ได้แก่ (1) ความเข้มงวดของการพิสูจน์ตัวตนและการตรวจสอบประวัติไรเดอร์ก่อนรับงาน (2) ประสิทธิภาพของระบบติดตามพัสดุและมาตรการตอบสนองเมื่อพบความผิดปกติ และ (3) ความเป็นธรรมของวงเงินชดเชยแบบเหมาจ่ายตัวเลขเดียวสำหรับสินค้าหลากประเภท รวมถึงการจัดให้ผู้ใช้บริการสำแดงมูลค่าสินค้าหรือซื้อความคุ้มครองเพิ่มอย่างโปร่งใส ซึ่งนอกจากช่วยลดข้อพิพาทแล้ว ยังช่วยให้ข้อจำกัดความรับผิดมีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อถูกตรวจสอบตามมาตรา 625 และมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

 

 แหล่งอ้างอิง

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 370, 373, 425, 427, 428, 575, 616, 617, 618, 620, 623, 624, 625, 797, 820, 821
  • พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 3, 4, 8, 10
  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5746/2553
FOLLOW UP

ติดตามข่าวสาร มพ.

Facebook Official
SOCIAL MEDIA

ติดตามผ่าน TikTok มพ.

@uptiktok2026