มหาวิทยาลัยพะเยา ติดตามโครงการ "1 คณะ 1 SDG by App Tech Approach" ที่ ทต.เวียง ใช้ Design Thinking ผสานทุนวัฒนธรรม ดัน "โคมล้านนา-น้ำพริกชุมชน" จากภูมิปัญญาสู่มูลค่าในตลาดเชิงพาณิชย์
วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2569 มหาวิทยาลัยพะเยา โดยกองบริหารงานวิจัย นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.เสมอ ถาน้อย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม พร้อมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าโครงการวิจัยเชิงพื้นที่ ณ สำนักงานเทศบาลตำบลเวียง อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ภายใต้ "โครงการ 1 คณะ 1 SDG by App Tech Approach" โดยนำแนวคิด Design Thinking ผสานทุนวัฒนธรรม ยกระดับผลิตภัณฑ์โคมล้านนาและน้ำพริกชุมชนสู่ตลาดเชิงพาณิชย์
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ร่วมลงพื้นที่ ประกอบด้วย คุณเบญจมาศ ตีระมาศวนิช ผู้ทรงคุณวุฒิ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ผู้ช่วยศาสตราจารย์จริยา สุขจันทรา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชนิดา ป้อมเสน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธัชชา สามพิมพ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ดร.วารัชต์ มัธยมบุรุษ รองผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยพะเยา และนางสาวอัญชลี เทียมคีรี ผู้อำนวยการกองบริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยพะเยา การนี้ได้รับเกียรติและการต้อนรับอย่างดียิ่งจาก นายสุทธิพงษ์ วงศนันท์ นายกเทศมนตรีตำบลเวียง พร้อมด้วยปลัดเทศบาล หัวหน้าสำนักปลัด หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ นักพัฒนาชุมชน นักจัดการงานทั่วไป ตลอดจนตัวแทนกลุ่มผู้ผลิตโคมล้านนาชุมชนและกลุ่มผู้ผลิตน้ำพริกชุมชนตำบลเวียง ซึ่งร่วมนำเสนอผลลัพธ์การดำเนินงานและแลกเปลี่ยนทิศทางการต่อยอดผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ร่วมกับคณะทำงาน
การตรวจเยี่ยมครั้งนี้เป็นการติดตามผลโครงการ "การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนบนฐานทุนวัฒนธรรมเพื่อยกระดับมูลค่าเชิงพาณิชย์ ชุมชนตำบลเวียง อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา" ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์พสุ สุวภาพ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา เป็นหัวหน้าโครงการ พร้อมทีมนักวิจัยสายวิชาการและบุคลากรสายสนับสนุน ดำเนินงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) ร่วมกับชุมชนและภาคีเครือข่าย เพื่อหนุนเสริมวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ โดยมุ่งเน้นมิติการสร้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ควบคู่กับมิติด้านอุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงมิติด้านเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
ที่ผ่านมา คณะผู้วิจัยนำกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) มาทำงานร่วมกับชุมชนอย่างใกล้ชิด ผ่านการถอดรหัสอัตลักษณ์และทุนทางวัฒนธรรมไทลื้อของอำเภอเชียงคำ จนเกิดต้นแบบเชิงพาณิชย์ที่เป็นรูปธรรมใน 2 กลุ่มอาชีพสำคัญ
- กลุ่มผู้ผลิตโคมล้านนาชุมชน: ร่วมกับกลุ่มหัตถกรรมบ้านล้าถอดบทเรียนลวดลายดั้งเดิม ผสานเทคนิคการออกแบบร่วมสมัย พัฒนาเป็นต้นแบบบล็อกลายตัดกระดาษและลายตอกกระดาษที่สะท้อนอัตลักษณ์ตำบลเวียง ช่วยเพิ่มความประณีต ลดระยะเวลาการผลิต และตอบสนองตลาดของฝากของที่ระลึกยุคใหม่
- กลุ่มผู้ผลิตน้ำพริกชุมชน (กลุ่มน้ำพริกแม่เผ็ด ชุมชนวัดบ้านล้า): นำภูมิปัญญาสูตรดั้งเดิมมาแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านบรรจุภัณฑ์และการรั่วซึม ด้วยนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ 2 รูปแบบ คือ "แบบห่อกระดาษทรงปิ่นโต" ที่นำลวดลายผ้าทอไทลื้อเชียงคำมาบอกเล่าเรื่องราว (Storytelling) ยกระดับเป็นชุดของฝากสร้างมูลค่าเพิ่ม และ "แบบซองพกพา (On-the-Go)" ปิดผนึกด้วยความร้อน ช่วยรักษาคุณภาพ ยืดอายุการเก็บรักษา พกพาสะดวก ตอบโจทย์วิถีชีวิตผู้บริโภคยุคใหม่
ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มผู้ผลิต และภาคีเครือข่ายในครั้งนี้ ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยในการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ตอบโจทย์พันธกิจด้านการวิจัยและการบริการวิชาการแก่สังคม รวมถึงยุทธศาสตร์การพลิกโฉมมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่ ผลสำเร็จของโครงการยกระดับขีดความสามารถของชุมชนทั้งด้านเทคโนโลยีและการยอมรับทางสังคม ก่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากการผลิตตามวิถีดั้งเดิมสู่ระบบการผลิตที่มีมาตรฐานสุขลักษณะระดับสากล ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดประตูสู่ตลาดที่มีมูลค่าสูงขึ้น พร้อมฟื้นฟูและสืบทอดทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ส่งผลให้เกิดการจ้างงาน การกระจายรายได้สู่ครัวเรือนฐานราก สร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่น และให้ผลตอบแทนทางสังคมที่คุ้มค่า เป็นหมุดหมายสำคัญที่วางรากฐานให้อำเภอเชียงคำเติบโตเป็นชุมชนนวัตกรรมที่พึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว