เครือข่ายกฎหมายและนโยบายสุขภาวะ ม.พะเยา ชูปลดล็อกข้อบัญญัติท้องถิ่น-พลังประชาชน พร้อมยกระดับสวัสดิการข้าราชการ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสุขภาวะอย่างยั่งยืน
พะเยา, 24 กันยายน 2569 – ผศ.อุดม งามเมืองสกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา เข้าร่วมงานเสวนา “สามทศวรรษกับการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพะเยา” ณ อาคารสโมสรพนักงานเทศบาลเมืองพะเยา ซึ่งจัดโดยชมรมข้าราชการท้องถิ่นจังหวัดพะเยา ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดพะเยา เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ มุมมอง และแนวทางการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ของจังหวัดพะเยา ท่ามกลางบรรยากาศการแสดงความมุทิตาจิตแด่ข้าราชการท้องถิ่นผู้เกษียณอายุราชการ
การเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์อย่างคับคั่ง ประกอบด้วย นายธวัช สุทธวงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา, นายสนั่น ไชยเจริญ ประธานสันนิบาตเทศบาลจังหวัดพะเยา, นายอนุรักษ์ โปร่งสุยา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลออย ในฐานะผู้แทนประธานชมรมองค์การบริหารส่วนตำบลจังหวัดพะเยา และนายสาโรจน์ มิ่งเหล็ก ผู้อำนวยการกลุ่มงานมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดพะเยา
ประเด็นสำคัญ
ในการเสวนา ผศ.อุดม งามเมืองสกุล ได้นำเสนอมุมมองในมิติทางกฎหมายและการพัฒนาโครงสร้างรัฐ โดยยกย่องข้าราชการท้องถิ่นยุคบุกเบิกตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ว่าเป็น “ศิลปินผู้ใช้กฎหมาย” ที่ต้องฟันฝ่าระเบียบอันเข้มงวดจากส่วนกลาง เพื่อเปลี่ยนตัวอักษรในกระดาษให้กลายเป็นการบำบัดทุกข์บำรุงสุขและสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้แก่ประชาชนชาวพะเยา
ใส่ข้อความสำคัญที่ต้องการเน้น
สำหรับก้าวต่อไปในทศวรรษหน้า ผศ.อุดม ชี้ให้เห็นว่า ท้องถิ่นต้องยกระดับบทบาทสู่การเป็น "ผู้สร้างนโยบายสุขภาวะ (Well-being Policy) และเศรษฐกิจชุมชน" อย่างเต็มรูปแบบ โดยกลไกสำคัญคือการผลักดัน "ข้อบัญญัติท้องถิ่น" ที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นข้อบัญญัติด้านการจัดการปัญหาหมอกควัน การดูแลผู้สูงอายุ (Silver Economy) หรือการปกป้องสิทธิชุมชน ซึ่งการออกแบบกฎหมายและนโยบายเหล่านี้ ท้องถิ่นจะไม่สามารถคิดและทำเพียงฝ่ายเดียวได้อีกต่อไป แต่ต้องยกระดับ "การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน" ให้เป็นสิทธิทางกฎหมายที่จับต้องได้ ประชาชนต้องเข้ามามีบทบาทร่วมคิด ร่วมร่างข้อบัญญัติ และร่วมตัดสินใจจัดสรรงบประมาณ (Participatory Budgeting) เพื่อให้กฎหมายท้องถิ่นตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของชาวพะเยาอย่างแท้จริง
“แต่เป้าหมายการสร้างเมืองสุขภาวะและการมีส่วนร่วมเหล่านี้จะสำเร็จไม่ได้เลย หากเราไม่เริ่มต้นจากการดูแล 'คนทำงาน' ก่อน ท้องถิ่นจะดูแลประชาชนได้ดี กฎหมายต้องหันกลับมาดูแลข้าราชการท้องถิ่นให้มีความมั่นคงเสียก่อน เราต้องยกระดับสวัสดิการ ความก้าวหน้าในสายอาชีพ และสร้างกลไก ‘พื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone)’ ทางกฎหมาย เพื่อคุ้มครองคนทำงานที่กล้าคิดริเริ่มนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับพื้นที่” ผศ.อุดม กล่าว
นอกจากนี้ คณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.พะเยา ยังได้เสนอให้มีการ "ปลดล็อกข้อกฎหมายและโครงสร้างรัฐ" โดยเน้นย้ำว่า ถึงเวลาที่ราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคต้องปรับบทบาทจาก ‘ผู้คุมกฎและผู้สั่งการ’ ถอยฉากมาเป็น ‘พี่เลี้ยงและผู้อำนวยความสะดวก’ (Facilitator) พร้อมทั้งเปลี่ยนวิธีคิดของตัวบทกฎหมายท้องถิ่นไปสู่หลักอำนาจทั่วไป (General Competence) ที่ให้อำนาจ อปท. ทำทุกเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อพื้นที่ได้ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและคืนอิสระทางการบริหารให้ท้องถิ่นอย่างแท้จริง
สรุปสาระสำคัญ
ในช่วงท้าย ผศ.อุดม ได้กล่าวสรุปว่า การกระจายอำนาจที่สมบูรณ์แบบ ต้องประกอบด้วย 3 เสาหลัก คือ
- กฎหมายและข้อบัญญัติ ที่ให้อำนาจท้องถิ่น
- ข้าราชการ ที่มีสวัสดิการและความมั่นคง และ
- ประชาชน ที่เข้ามามีส่วนร่วมสร้างนโยบายสุขภาวะไปด้วยกัน (Co-creation)
พร้อมทั้งได้กล่าวสดุดีแด่ข้าราชการท้องถิ่นจังหวัดพะเยาที่เกษียณอายุราชการในปีนี้ ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่วางรากฐานความเข้มแข็งให้ อปท. พะเยา ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา