พลิกขยะสิ่งทอสร้างรายได้! สป.อว. ร่วมกับ ม.พะเยา ลงพื้นที่จิตภาวรรณ 2-3 ยกระดับอาชีพ ยึดโมเดล ‘ทำให้ดู พาทำ ให้ทำเอง’
วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ร่วมกับศูนย์ประสานบริหารโครงการ AEM มหาวิทยาลัยพะเยา ได้ลงพื้นที่ ณ หมู่บ้านจิตภาวรรณ 2-3 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามความก้าวหน้า “โครงการการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินค้าและอัตลักษณ์ชุมชน เพื่อแก้ปัญหาการกดราคาและจัดการเศษผ้าเหลือทิ้งอย่างยั่งยืนของกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้าชุมชนจิตภาวรรณ 2-3 เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร” โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจาก สป.อว. นำโดย ผศ.ดร.สุพจน์ ทรายแก้ว, ดร.ธนิน กรอธิพงศ์, นายสุทน เฉื่อยพุก และ นางสาวภารดี ศรีสังข์งาม ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและประเมินผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด
ในการนี้ นายชัยวัฒน์ รังษีภโนดร ผู้อำนวยการเขตสายไหม และ ว่าที่ร้อยตรี จักรพันธุ์ มิตรผักแว่น ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตสายไหม พร้อมด้วย นายอำพล ทองรัตน์ ประธานชุมชนจิตภาวรรณ 2-3 ได้ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. สถาบันอุดมศึกษา และชุมชน เพื่อนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาแก้ปัญหาพื้นที่อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ดร.รัตติกาล แก้วเกิดมี อดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตสายไหม ยังได้ร่วมสะท้อนมุมมองการขับเคลื่อนงานภาคสังคม ในฐานะแกนนำสำคัญที่มีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างอาชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน ศ.ดร.เสมอ ถาน้อย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยพะเยา หัวหน้าศูนย์ประสานบริหารโครงการ AEM ได้ชี้แจงเป้าหมายการลงพื้นที่ ก่อนส่งไม้ต่อให้ รศ.ดร.อนันตกุล อินทรผดุง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ในฐานะหัวหน้าโครงการ นำเสนอผลสำเร็จที่ขับเคลื่อนผ่านกลยุทธ์ “ทำให้ดู พาทำ ให้ทำเอง” จนสามารถสร้างแบรนด์ชุมชน “ผ้าทอใจ ชุมชนสร้างสรรค์” และแบรนด์ชุดทำงาน “หมู่บ้านจิตภาวรรณ 2-3” ได้เป็นผลสำเร็จ ควบคู่กับการประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านการพัฒนา “เครื่องตีเศษผ้าขนาดเล็ก (Compact Fabric Shredder)” พร้อมส่งมอบให้ชุมชนใช้แปรรูปเศษผ้าเหลือทิ้งเป็นเส้นใยคุณภาพสูง สำหรับผลิตหมอน เบาะรองนั่ง ไส้ผ้าห่ม และที่นอนสัตว์เลี้ยง ซึ่งช่วยลดต้นทุน ขยะสิ่งทอ และสร้างรายได้ใหม่ โดยผลสำเร็จนี้จะถูกต่อยอดเข้าสู่แผนงบประมาณพัฒนาท้องถิ่นของเขตสายไหม ภายใต้วิสัยทัศน์ “สายไหมบ้านเมืองน่าอยู่ ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี” และขยายผลผ่านโครงการวิศวกรสังคมต่อไป
ในช่วงท้ายของกิจกรรม ศ.ดร.เสมอ ถาน้อย หัวหน้าศูนย์ประสานบริหารโครงการ AEM ได้สรุปภาพรวมและเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันระหว่างคณะกรรมการ สป.อว., คณะทำงาน ม.พะเยา, คณะทำงาน มรภ.พระนคร, ผู้นำชุมชน และตัวแทนท้องถิ่น โดยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของกลไกการเคลื่อนย้ายบุคลากรอุดมศึกษา ในการนำกำลังคนคุณภาพ องค์ความรู้ และนวัตกรรมลงสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ อันเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมผสานเครือข่ายความร่วมมือทุกภาคส่วนให้แข็งแกร่ง เพื่อส่งต่อผลลัพธ์ของโครงการให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว