สรุปสาระสำคัญจากงานเสวนา “เปลี่ยนทุนวัฒนธรรมให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญา เปลี่ยนแรงบันดาลใจจากงาน Public Domain ให้เป็นงานสร้างสรรค์ของเรา” โดยชุมนุมวรรณศิลป์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (ตอนต้น)
วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2569 ชุมนุมวรรณศิลป์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้จัดโครงการ เปิดบ้านวรรณศิลป์ 2569 ณ ห้อง ว.115 อาคารวชิรมงกุฎ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พระราชวังสนามจันทร์ เพื่อแนะนำชุมนุมวรรณศิลป์ อักษรฯ ทับแก้ว และกิจกรรมในชุมนุม รวมถึงนำเสนอประเด็นร่วมสมัยที่น่าสนใจในวงการนักเขียน-นักอ่าน
ในเสวนาในหัวข้อ “เปลี่ยนทุนวัฒนธรรมให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญา เปลี่ยนแรงบันดาลใจจากงาน Public Domain ให้เป็นงานสร้างสรรค์ของเรา” ซึ่งเป็นกิจกรรมของชุมนุมวรรณศิลป์ฯ มี อ. ดร. ทศพล ศรีพุ่มเป็นผู้ดำเนินรายการ โดยมีวิทยากร ได้แก่
1. คุณชาลิสา ลิมปิผลไพบูลย์ เจ้าของนามปากกา “Amulin” ผู้สร้างสรรค์ผลงาน “บุษบาเสี่ยงตรีน” ซึ่งได้รับการดัดแปลงเป็นซีรี่ส์โดย True CJ และ “อโยธยาเอยาวดี” ซึ่งกำลังจะมีแอนิเมชันร่วมกับ The Clover Book และ Mitta Studio ออกฉายผ่านช่องทางยูทูบในวันที่ 28 กันยายน 2569 ที่กำลังจะถึงนี้ และ
2. อ. ปิยอร เปลี่ยนผดุง ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและงานสร้างสรรค์ และอาจารย์ประจำสาขากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
เนื่องจากเนื้อหาในการเสวนามีรายละเอียดมากพอสมควร การสรุปสาระสำคัญประเด็นพูดคุยในงานเสวนา “เปลี่ยนทุนวัฒนธรรมให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญา เปลี่ยนแรงบันดาลใจจากงาน Public Domain ให้เป็นงานสร้างสรรค์ของเรา” ในส่วนของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะกฎหมายลิขสิทธิ์ ที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ทุนทางวัฒนธรรมและสมบัติสาธารณะมาเป็นแรงบันดาลใจและต้นทุนในการทำงานสร้างสรรค์ จึงขอแบ่งเป็น 2 ตอน ดังนี้
ตอนต้น: ที่มาของอโยธยาเอยาวดีและบุษบาเสี่ยงตรีนของคุณ Amulin และความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายลิขสิทธิ์
ตอนจบ: กรณีศึกษาจากอโยธยาเอยาวดี: การสร้างงานที่มีแรงบันดาลใจจากการใช้ข้อมูลทางวัฒนธรรมและสมบัติสาธารณะ (Public Domain) และข้อแนะนำเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา
ตอนต้น: ที่มาของอโยธยาเอยาวดีและบุษบาเสี่ยงตรีนของคุณ Amulin และความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายลิขสิทธิ์
1. ที่มาของอโยธยาเอยาวดีและบุษบาเสี่ยงตรีนของคุณ Amulin:
การสร้างสรรค์งาน “อโยธยาเอยาวดี” เริ่มต้นจากการตั้งคำถาม “ถ้าหากว่า” หรือ “What-if” ว่า ถ้าเหตุการณ์ยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชาไม่ได้มีที่มาจากความเกลียดชังอย่างที่ในตำนานหรือสื่อทั่วไปมักนำเสนอว่าทั้งสองฝ่ายเป็นศัตรูหรือไม่ถูกกัน ในเวลาต่อมาจึงได้วาดภาพการ์ตูนขาวดำสามช่องและเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียของตนเอง โดยในเวลานั้น ไม่ได้ระบุชื่อของตัวละคร โดยมีเพียงแค่ตัวละครใส่ชุดขาว ชุดดำ และบทสนทนาที่มีฝ่ายหนึ่งเรียกอีกฝ่ายว่า “เจ้าพี่” แต่คนที่ได้อ่านก็เข้าใจตรงกันว่าตัวละครในภาพดังกล่าวอ้างอิงมาจากใครและเหตุการณ์ใดในประวัติศาสตร์หรือพงศาวดารของไทย
ส่วน “บุษบาเสี่ยงตรีน” เริ่มต้นมาจากทาง Webtoon เปิดโครงการ Producer’s Pick ให้ส่งต้นฉบับธีม “อิเซไก” (ทะลุมิติไปต่างโลก) ปกติเป็นคนอ่านวรรณคดีเล่นอยู่แล้ว หนังสือที่บ้านมี เลยลองเขียนเว็บตูนส่งไป เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งอ่านหนังสือสอบวรรณคดีจนไม่ไหวแล้ว และทะลุมิติไปอยู่ในโลกวรรณคดีที่ตัวเองเป็นนางเอกคนเดียว แล้วก็มีพระเอกในวรรณคดีจากทุกเรื่องอย่างพระอภัย ขุนแผน อิเหนา (ปันหยี) ส่วนเรื่องการตามหามิเชลนั้น คิดว่าตัวละครควรจะมีเป้าหมายในการตามหาอะไรสักอย่าง ก็เลยให้ตัวเอกที่เดิมเป็นผู้ชายแล้วมาอยู่ในร่างของนางเอกในวรรณคดีตามหาสิ่งที่ตัวเองเคยเห็นอยู่ทุกวันแล้วหายไปอย่างมิเชล
2. ทุนวัฒนธรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทรัพย์สินทางปัญญา และกฎหมายลิขสิทธิ์:
“ทุนวัฒนธรรม” (Cultural Assets) ได้แก่ มรดกทางภูมิปัญญา ประเพณี ศิลปกรรม ภาษา เรื่องเล่างานฝี มือ อัตลักษณ์ชุมชน ฯลฯ เป็นทุนที่สามารถนำไปต่อยอดเป็น “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” (Creative Economy) ซึ่งเป็นการนำเอาความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้กับงานสร้างสรรค์ที่มีพื้นฐานจากทุนวัฒนธรรมผ่านสินค้า และบริการแนวใหม่ เช่น การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม งานคราฟต์ และสื่อบันเทิงที่สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน เป็นต้น ทั้งนี้ ในการนำเอาทุนวัฒนธรรมมาใช้ต่อยอดในเศรษฐกิจสร้างสรรค์นั้น ผู้สร้างสรรค์ควรตระหนักรู้ไว้เสมอว่า การนำเอาทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดนั้นต้องคำนึงถึงจิตวิญญาณดั้งเดิมอันเป็นที่มาของทุนวัฒนธรรมที่นำมาใช้ เคารพความเชื่อของท้องถิ่นที่เป็นเจ้าของวัฒนธรรม ระมัดระวังไม่ให้งานของตนเป็นการฉกฉวยวัฒนธรรมของผู้อื่นมาหาประโยชน์ (cultural appropriation) และควรคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนที่เป็นเจ้าของทุนวัฒนธรรมนั้นด้วย
เมื่อมีการสร้างสรรค์งานขึ้นแล้ว โดยเฉพาะงานศิลปะต่าง ๆ หรือวรรณกรรมทั้งหลาย กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาก็จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับในฐานะที่เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ในการปกป้องสิทธิและคุ้มครองผลงานสร้างสรรคที่ต่อยอดมาจากทุนวัฒนธรรม ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้สร้างสรรค์งาน
“ทรัพย์สินทางปัญญา” (Intellectual Property) หมายความถึง งานสร้างสรรค์ที่มีการสร้างขึ้นหรือก่อให้เกิดขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์ สติปัญญา และทักษะแรงงานของผู้สร้างสรรค์ โดยเมื่อสร้างสรรค์ขึ้นแล้ว ผู้สร้างสรรค์งานหรือผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญานั้นก็จะมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียว (exclusive rights) ในทรัพย์สินทางปัญญาของตนเองที่จะใช้งาน นำออกเผยแพร่ ดัดแปลง ทำซ้ำ โอนสิทธิ หรืออนุญาตให้ผู้อื่นใช้ทรัพย์สินทางปัญญาของตนเองได้ และเนื่องจากทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทรัพย์สินประเภทหนึ่ง จึงเป็นสิ่งที่มีมูลค่าและนำไปหาประโยชน์ในทางเศรษฐกิจได้
คำว่าทรัพย์สินทางปัญญานี้เป็นคำเรียกรวมของงานที่มีการใช้ความคิดและสติปัญญาในการทำให้มีขึ้น สิ่งที่จะได้รับการคุ้มครองภายใต้ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับสิทธิในทรัพย์สินที่เกิดขึ้นจากสติปัญญาและความวิริยะอุตสาหะของผู้สร้างสรรค์หรือประดิษฐ์คิดค้น จึงมีด้วยกันหลายประเภท เช่น ลิขสิทธิ์ (สำหรับงานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรม ศิลปะ ดนตรี ภาพยนตร์ เป็นต้น) สิทธิบัตร (สำหรับการประดิษฐ์และการออกแบบผลิตภัณฑ์) เครื่องหมายการค้า (สำหรับเครื่องหมายที่ทำให้ผู้อื่นทราบว่าสินค้าหรือบริการของเจ้าของเครื่องหมายมีความแตกต่างจากผู้อื่น) เป็นต้น ทรัพย์สินทางปัญญาแต่ละประเภทก็จะมีกฎหมายเฉพาะในการคุ้มครอง เพราะธรรมชาติของงานแต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน
การ์ตูนเรื่องอโยธยาเอยาวดีและเว็บตูนเรื่องบุษบาเสี่ยงตรีน เป็นงานที่ใช้ภาพเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดเรื่องราวและมีบทสนทนา รวมถึงบทบรรยายประกอบการดำเนินเรื่อง ซึ่งเรื่องราวและภาพวาดนั้น จัดเป็นงานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรม (literary work) และจิตรกรรม (artistic work) และเป็นงานที่คุณ Amulin สร้างสรรค์ขึ้นด้วยตนเอง จึงเป็นงานที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ซึ่งกฎหมายลิขสิทธิ์จะให้การคุ้มครองโดยอัตโนมัติ คือ ให้การคุ้มครองโดยทันทีที่มีการสร้างสรรค์งานขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องนำไปจดทะเบียนก่อน แต่ถ้าต้องการให้มีหลักฐานก็นำไป “จดแจ้ง” กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการสร้างสรรค์ขึ้น แต่ก็ยังมีสิ่งที่ควรรู้ด้วยว่า มีบางสิ่งที่กฎหมายลิขสิทธิ์ไม่คลุมถึงและบางอย่างก็ไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ด้วยเช่นกัน
สิ่งที่กฎหมายลิขสิทธิ์ไม่คลุมถึง ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา 6 วรรคสอง ได้แก่
1) ความคิด (ideas) เช่น plot, genre, trope, composition, theme
2) ขั้นตอน กรรมวิธี หรือระบบ (procedures) เช่น ลำดับขั้นของวิธีการกดปิดเปิดพัดลม
3) วิธีใช้หรือทำงาน (methods of operation) เช่น กลไกการทำงานของเครื่องถ่ายเอกสาร
4) แนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์ (scientific or mathematical concepts, discoveries, or formulae) เช่น การค้นพบหมีน้ำ (tardigrade) ทฤษฎีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง (heliocentrism) สูตรคำนวณหาพื้นที่วงกลม เป็นต้น
สำหรับกรณีที่กล่าวว่า “กฎหมายลิขสิทธิ์ไม่คลุมถึงความคิด (ideas)” หมายความว่า แม้งานสร้างสรรค์นั้นจะมีการแสดงออกซึ่งความคิดออกมาเป็นรูปเป็นร่างให้ผู้รับสื่อเข้าใจเนื้อหาและรับสารจากตัวงานของผู้สร้างสรรค์แล้ว เช่น ก เขียนนิยายซึ่งเป็นงานวรรณกรรมขึ้นมาเรื่องหนึ่ง สิ่งที่จะได้รับการคุ้มครองคือตัวเนื้อหาและรายละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบของนิยายเรื่องดังกล่าว แต่กฎหมายไม่คุ้มครองพล็อตเรื่อง แนวเรื่อง และลำดับการดำเนินเรื่องแบบกว้าง ๆ ดังนั้น ข อาจเขียนนิยายที่มีพล็อตและแนวเรื่องทำนองเดียวกับนิยายของ ก ได้ถ้าหากสาระสำคัญและรายละเอียดในเรื่องไม่เหมือนกัน และเมื่องานนั้นเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของ ข เอง โดยไม่ได้ลอกเลียน ก มา ก็ถือว่างานของ ข เป็นงานที่สร้างสรรค์ด้วยตนเอง (originality) แล้ว ทั้ง ก และ ข จึงต่างมีลิขสิทธิ์ในนิยายของตนเองทั้งคู่
สิ่งที่ไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ได้แก่
- งานที่กฎหมายลิขสิทธิ์ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 7 เช่น ข่าวประจำวัน ข่าวสาร ข้อเท็จจริงต่าง ๆ กฎหมาย ประกาศราชการ คำพิพากษา เป็นต้น
- งานที่ขัดต่อกฎหมาย (illegal Work)
- งานที่เจ้าของลิขสิทธิ์สละลิขสิทธิ์
- งานที่หมดอายุความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์
สำหรับงานที่เจ้าของสละลิขสิทธิ์คืองานที่เจ้าของไม่เป็นเจ้าของสิทธิตามกฎหมายลิขสิทธิ์อีกต่อไป และงานนั้นไม่มีใครเป็นเจ้าของ และงานที่หมดอายุความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์แล้วจะกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า “สมบัติสาธารณะ” หรือ “Public Domain” ซึ่งไม่ว่าใครก็ตามก็สามารถนำเอางานดัดกล่าวไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณะได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าของอีกต่อไป
งานสร้างสรรค์ใหม่ที่ดัดแปลงต่อยอดจากงาน Public Domain ที่มีลักษณะเข้าเงื่อนไขที่จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ก็จะเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้ที่นำงานดังกล่าวไปดัดแปลงต่อยอด เช่น การนำเอาพงศวาดารชาวกรุงเก่าไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ งานแปลพงศาวดารชาวกรุงเก่าที่เป็นสำนวนการแปลของนักแปลคนดังกล่าวก็จะเป็นลิขสิทธิ์ของคนแปลคนนั้น หรือการนำเอาเรื่องราวและตัวละครจากวรรณคดีไทยที่เป็น Public Domain ไปแล้ว มาตีความใหม่และนำเสนอเป็นเรื่องใหม่อย่างบุษบาเสี่ยงตรีน เว็บตูนนี้ก็จะเป็นลิขสิทธิ์ของคุณ Amulin เป็นต้น
------------------------------
สรุปสาระสำคัญ โดย อ. ปิยอร เปลี่ยนผดุง คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
ตอนต่อไป: กรณีศึกษาจากอโยธยาเอยาวดี: การสร้างงานที่มีแรงบันดาลใจจากการใช้ข้อมูลทางวัฒนธรรมและสมบัติสาธารณะ (Public Domain) และข้อแนะนำเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา
บทความเกี่ยวกับกฎหมายลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาเรื่องอื่น ๆ