สป.อว. ร่วมกับ ม.พะเยา ลงพื้นที่ปราจีนบุรี ตรวจเยี่ยมโครงการ AEM ปี 2569 หนุน ม.สวนดุสิต ขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่ ยกระดับ “หอมขจรโมเดล” สู่ต้นแบบเกษตรปลอดภัยยั่งยืน
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ร่วมกับศูนย์ประสานบริหารโครงการ AEM มหาวิทยาลัยพะเยา ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า “โครงการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้เกษตรปลอดภัยและสุขภาวะด้านสารชีวภัณฑ์จากทรัพยากรท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด ESG Living Lab ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี” โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล ประธานคณะอนุกรรมการด้านการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย เป็นประธาน นำคณะผู้ทรงคุณวุฒิจาก สป.อว. ลงพื้นที่ประเมินผลการดำเนินงานเชิงประจักษ์
การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก นายคำภู วงษ์คำหาญ รองนายก อบต.ดงขี้เหล็ก และ ส.ต.ท.เดชา วรรณมร ปลัด อบต.ดงขี้เหล็ก ซึ่งได้สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของท้องถิ่นในฐานะภาคีเครือข่ายกลางที่เชื่อมโยงสถาบันอุดมศึกษากับเกษตรกร พร้อมขอบคุณมหาวิทยาลัยสวนดุสิตที่นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาถ่ายทอด เพื่อแก้ปัญหาด้านการเกษตรและสร้างการพัฒนาที่ตอบโจทย์บริบทของชุมชนอย่างยั่งยืน
ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.เสมอ ถาน้อย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยพะเยา ได้ชี้แจงวัตถุประสงค์การตรวจเยี่ยม ก่อนที่ ผศ.ดร.ยุธยา อยู่เย็น ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมชุมชน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในฐานะหัวหน้าโครงการ จะนำเสนอผลการประยุกต์ใช้ “หอมขจรโมเดล” ลดต้นทุนและผลกระทบจากสารเคมี ด้วยการปรับปรุงโรงสีข้าวเดิมเป็นศูนย์การเรียนรู้เชิงนิเวศครบวงจร พร้อมจับมือ สวทช. ถ่ายทอดการผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มาเพื่อยกระดับสู่ชีวภัณฑ์ต้นแบบ
คณะตรวจเยี่ยมได้ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานจริงใน 2 จุดสำคัญ ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนฅนดงขี้เหล็ก ซึ่งสาธิตการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาในแปลงมะลิเพื่อลดสารเคมีและยกระดับสุขอนามัย และวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ทุเรียน ที่มุ่งเน้นการใช้ชีวภัณฑ์ป้องกันโรครากเน่าโคนเน่า พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรขยายเชื้อใช้เองในระดับครัวเรือน ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางเศรษฐกิจและเพิ่มมูลค่าผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในช่วงท้าย คณะกรรมการ ผู้บริหาร ม.พะเยา ม.สวนดุสิต ตลอดจนผู้นำชุมชน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเพื่อถอดบทเรียนโครงการ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของกลไก AEM ในการเคลื่อนกำลังคนคุณภาพ นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากอุดมศึกษาลงสู่การปฏิบัติจริง ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร แต่ยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งเพื่อขับเคลื่อนชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป