วันที่ 18-19 กรกฎาคม 2569 มหาวิทยาลัยพะเยา โดยกองบริหารงานวิจัย ร่วมกับ โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์จังหวัดพะเยาภายใต้กรอบการพัฒนาที่ยั่งยืน ระยะที่ 2 จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ทักษะเชิงพื้นที่ ระดับ 4” รุ่นที่ 2 ณ ห้อง Active Learning ชั้น 2 โดยมี ดร.วารัชต์ มัธยมบุรุษ เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ

การจัดอบรมในครั้งนี้อยู่ภายใต้โครงการ พลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University) ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืนตามพันธกิจของมหาวิทยาลัยกลุ่มที่ 3 โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญในการยกระดับบุคลากรสายวิชาการให้มีทักษะขั้นสูง สามารถออกแบบงานวิจัยและบริการวิชาการแบบมีส่วนร่วม ตลอดจนนำเครื่องมือสำคัญ อาทิ Community Asset Mapping, PRA, KSA Framework และการประเมินผลลัพธ์ทางสังคมจากการลงทุน (SROI) ไปใช้ในการวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่และประเมินผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อหนุนเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยพะเยาไปสู่เป้าหมายการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่อย่างแท้จริง

ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สุภกร พงศบางโพธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา ได้เข้าพบปะพูดคุยพร้อมให้กำลังใจแก่ผู้เข้าร่วมการอบรมและทีมวิทยากร โดยได้มอบแนวทางในการนำทักษะเชิงพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนาในครั้งนี้ ไปประยุกต์ปฏิบัติงานจริง เพื่อสร้างผลลัพธ์และผลกระทบเชิงบวกที่จับต้องได้ให้แก่ชุมชนและสังคม

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.เสมอ ถาน้อย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “สถานการณ์การพัฒนาทักษะเชิงพื้นที่ของมหาวิทยาลัยพะเยา” และ “เป้าหมายสมรรถนะระดับ 4 (7 ข้อ) และ Output ที่คาดหวัง” เพื่อดึงศักยภาพและมอบทิศทางการทำงานที่ชัดเจนแก่ผู้เข้าอบรม

สำหรับการอบรมตลอดทั้ง 2 วัน ได้รับความร่วมมือจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศที่มีประสบการณ์สูงด้านงานวิจัยเชิงพื้นที่และการประเมินผลกระทบต่อสังคม (SROI) มาเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา มิ่งฉาย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อภิรักษ์ สงรักษ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พร้อมด้วยทีมพี่เลี้ยงนักวิจัยภายในมหาวิทยาลัยพะเยารวมอีก 24 ท่าน

การจัดอบรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยพะเยาในการปรับเปลี่ยนบทบาทของอาจารย์และนักวิจัย ให้กลายเป็น “พี่เลี้ยงและหุ้นส่วนการพัฒนาของชุมชน” ผ่านการติดอาวุธด้วยเครื่องมือวิเคราะห์และประเมินผลที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยให้งานวิจัยสามารถตอบโจทย์ความต้องการของท้องถิ่น และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (Social Impact) ได้อย่างชัดเจน ตอกย้ำจุดยืนอันมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยพะเยาในการเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาพื้นที่และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน
