วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 มหาวิทยาลัยพะเยา โดยคณะนิติศาสตร์ ได้ให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และผู้แทนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในกิจกรรม "คลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่ (ระยะที่ 3) การจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เพื่อช่วยเหลือนักศึกษาไร้รัฐไร้สัญชาติในระยะยาว" ณ ห้องประชุมรพีพัฒนศักดิ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ในการจัดตั้งและขับเคลื่อนกลไกคลินิกกฎหมายภายในสถาบันอุดมศึกษา ตลอดจนเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการช่วยเหลือนักศึกษาที่ประสบปัญหาด้านสถานะบุคคล สัญชาติ และการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
ในช่วงการเสวนา หัวข้อ "การจัดตั้งและการขับเคลื่อนกลไกสิทธิมนุษยชนภายในมหาวิทยาลัยพะเยา เพื่อให้ความช่วยเหลือนิสิต/นักศึกษาที่ประสบปัญหาด้านสถานะบุคคล/สัญชาติ และสิทธิด้านอื่น" ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วุฒิชัย ไชยรินคำ รองอธิการบดีฝ่ายคุณภาพนิสิต มหาวิทยาลัยพะเยา
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์อุดม งามเมืองสกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์นริษรา ประสิทธิปานวัง รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิตและสื่อสารองค์กร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา และอาจารย์ผู้ดูแลคลินิกกฎหมายสัญชาติ มหาวิทยาลัยพะเยา
โดยในช่วงเสวนา ได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การพัฒนาระบบดูแลนักศึกษา การจัดตั้งคลินิกกฎหมายสัญชาติ กลไกการดำเนินงานของคลินิกกฎหมายสัญชาติ ของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา การบูรณาการงานด้านสิทธิมนุษยชนเข้ากับพันธกิจของคณะนิติศาสตร์ และมหาวิทยาลัยพะเยา ตลอดจนการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในการคุ้มครองสิทธิของนิสิตกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ยังได้นำเสนอ รูปแบบการบูรณาการการจัดการเรียนการสอนในรายวิชากฎหมายสัญชาติ โดยเชื่อมโยงการเรียนรู้ในห้องเรียนกับการปฏิบัติงานจริงผ่าน คลินิกกฎหมายสัญชาติ เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้จากกรณีศึกษาจริง (Clinical Legal Education) ฝึกทักษะการวิเคราะห์ข้อกฎหมาย การให้คำปรึกษา การประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ภายใต้การกำกับดูแลของคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ อันเป็นการพัฒนาทั้งสมรรถนะวิชาชีพและจิตสำนึกในการรับใช้สังคมควบคู่กัน
ภาคบ่าย ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ศึกษาดูงาน คลินิกกฎหมายสัญชาติ มหาวิทยาลัยพะเยา โดยมีอาจารย์ประจำคลินิกกฎหมายสัญชาติ เจ้าหน้าที่ และนิสิตชมรมสิทธิมนุษยชนร่วมให้การต้อนรับและนำเสนอระบบการดำเนินงานของคลินิก ตั้งแต่การคัดกรองผู้รับบริการ การบริหารจัดการรายกรณี (Case Management) การให้คำปรึกษาทางกฎหมาย การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาสัญชาติให้กับนิสิตเจ้าของปัญหา ที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน การประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย ตลอดจนการติดตามผลและการพัฒนาองค์ความรู้จากกรณีศึกษาจริง เพื่อนำไปสู่การสร้างกลไกการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนภายในมหาวิทยาลัยอย่างยั่งยืน
การศึกษาดูงานครั้งนี้ยังเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาระบบการเรียนรู้และการช่วยเหลือนักศึกษาระหว่างสองสถาบัน โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายได้นำ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับกลไกการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการได้รับสัญชาติ ซึ่งคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ได้พัฒนาขึ้น มาศึกษาเป็นต้นแบบ เพื่อใช้ประกอบการวางแผนจัดกิจกรรมและพัฒนากลไกสิทธิมนุษยชนภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายให้สอดคล้องกับบริบทของสถาบันในระยะต่อไป
ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานที่ผ่านมา คลินิกกฎหมายสัญชาติ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ได้พัฒนาองค์ความรู้ รูปแบบการดำเนินงาน และนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ด้านกฎหมายสัญชาติและสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการยอมรับในฐานะ ต้นแบบ (Best Practice) ของการบูรณาการการเรียนการสอน การบริการวิชาการ และการรับใช้สังคม อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็น ผู้นำในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่สถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานเครือข่าย เพื่อร่วมกันพัฒนากลไกการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและการช่วยเหลือนักศึกษาที่ประสบปัญหาด้านสถานะบุคคลและสัญชาติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในระดับประเทศ
การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยพะเยาในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้าง "มหาวิทยาลัยแห่งความเสมอภาค" (Inclusive University) ที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะนิสิตที่ประสบปัญหาด้านสถานะบุคคลและสัญชาติ ผ่านความร่วมมือของผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นิสิต และเครือข่ายภายนอก อันเป็นต้นแบบของการบูรณาการงานด้านวิชาการ การบริการวิชาการ และการรับใช้สังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนและสร้างสังคมที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างยั่งยืน