จาก “ไม่ดื่ม” สู่พลังเปลี่ยนสังคม เสียงของนิสิต ม.พะเยา กับรางวัลระดับประเทศที่มากกว่าคำว่า “ชนะ”

จาก “ไม่ดื่ม” สู่พลังเปลี่ยนสังคม เสียงของนิสิต ม.พะเยา กับรางวัลระดับประเทศที่มากกว่าคำว่า “ชนะ”
ตัวอักษร
บางครั้ง…การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ อาจเริ่มต้นจากคำง่าย ๆ เพียงคำเดียวว่า
สนุกได้ โดยไม่ต้องดื่ม”


จากแนวคิดเล็ก ๆ ที่เชื่อว่า “ความสนุกไม่จำเป็นต้องมีแอลกอฮอล์”  สู่พลังของคนรุ่นใหม่ที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริงในสังคม มหาวิทยาลัยพะเยาได้พิสูจน์ให้เห็นผ่านแคมเปญ “GEN Z NO สน เยาวชน NO L” จนสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ประจำปีการศึกษา 2568 จากโครงการเครือข่ายมหาวิทยาลัยรู้เท่าทันแอลกอฮอล์ ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของนิสิตในการออกแบบกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อรณรงค์เรื่องการรู้เท่าทันแอลกอฮอล์ แต่ยังตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมให้แก่เยาวชนอีกด้วย



เบื้องหลังรางวัลนี้เกิดจากความตั้งใจของกลุ่มนิสิตที่อยากชวนให้คนรุ่นใหม่กล้าตั้งคำถามกับค่านิยมเดิม ๆ และมองเห็นว่าการเข้าสังคมสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดย นางสาวธนพรรณญพร ทองขาว (นุ่มนิ่ม) นิสิตสาขาการจัดการนวัตกรรมสาธารณะ คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 และ นางสาวธารมิกา กองตื้อ (แตงโม) นิสิตสาขาการจัดการการสื่อสาร คณะบริหารธุรกิจและนิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 ตัวแทนทีมคนเก่ง ได้ร่วมถ่ายทอดมุมมองและแรงบันดาลใจของการขับเคลื่อนแคมเปญนี้ ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เข้าถึงหัวใจของเยาวชนอย่างแท้จริง

นางสาวธนพรรณญพร ทองขาว (นุ่มนิ่ม) หนึ่งในแกนนำทีม เล่าว่า จุดเริ่มต้นของแคมเปญเกิดจากการเห็นพฤติกรรมของเยาวชนจำนวนมากที่ใช้การดื่มเป็นเครื่องมือในการเข้าสังคม ทั้งที่จริงแล้วส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพและอนาคต เราไม่ได้อยากบอกว่าห้ามดื่ม แต่เราอยากสร้างความเข้าใจใหม่ว่า คนรุ่นใหม่สามารถสนุก มีเพื่อน และเข้าสังคมได้ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ เช่น ดนตรี กีฬา ภาพยนตร์ หรือกิจกรรมอาสา โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
จากแนวคิดนี้ ทีมสารวัตรนิสิตจึงออกแบบกิจกรรมที่เข้าถึงง่ายและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของนิสิตในยุคปัจจุบัน โดยตลอดระยะเวลา 1 ปี ได้จัดกิจกรรมภายใต้แคมเปญรวมทั้งหมด 10 กิจกรรม แบ่งเป็น 5 กิจกรรมหลัก และ 5 กิจกรรมย่อย กิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้เน้นเพียงการรณรงค์ในรูปแบบเดิม แต่พยายามสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” ให้เยาวชนได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ และมองเห็นว่าความสนุกสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้อง

หนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความสนใจ คือ “Gen Z No สน เยาวชน No แอล” ภายในเวทีประกวดวงดนตรี RAIN CONT MUSIC CONTEST ที่เปิดโอกาสให้นิสิตใช้เสียงเพลงเป็นสื่อกลางในการส่งต่อแนวคิดการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์



ต่อด้วยกิจกรรม “ดีลลับกับผู้นำนิสิต ที่เปิดพื้นที่พูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้นำนิสิตเกี่ยวกับบทบาทของเยาวชนในการสร้างสังคมปลอดภัย และกิจกรรม “เพื่อนกันจอยได้ไม่ต้องดื่ม” ที่ชวนให้นิสิตมาร่วมทำกิจกรรมและใช้เวลาร่วมกันในบรรยากาศสนุกสนาน โดยไม่ต้องใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์



นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมUP MUSIC CONTEST 2025 : UP ZERO ALC STAGE” เวทีดนตรีปลอดแอลกอฮอล์ที่สร้างสีสันและได้รับเสียงตอบรับจากนิสิตจำนวนมาก รวมถึงกิจกรรม “ชวนเพื่อนกินเหล้า” ที่ใช้แนวคิดสื่อสารแบบสะท้อนสังคม เพื่อชวนให้เยาวชนตั้งคำถามกับพฤติกรรมการดื่มในชีวิตประจำวัน
นางสาวธนพรรณญพร ทองขาว (นุ่มนิ่ม) เล่าต่อว่า ทีมงานยังนำแนวคิดการรณรงค์เข้าไปผสานกับกิจกรรมสำคัญของมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นบูธกิจกรรมในงานลอยกระทง งานก้าวสู่วันใหม่ใจอุ่นไอแห่งความสุข และมหกรรมกีฬาฟ้ามุ่ย เพื่อให้การสื่อสารเข้าถึงนิสิตได้ในทุกช่วงเวลา อีกส่วนสำคัญคือการสร้าง “แกนนำเยาวชน” ผ่านกิจกรรมอบรมแกนนำการให้คำปรึกษา ลด ละ เลิก ซึ่งช่วยต่อยอดให้เกิดเครือข่ายนิสิตที่สามารถสื่อสารเรื่องการรู้เท่าทันแอลกอฮอล์ได้ด้วยตัวเอง
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่จำนวนกิจกรรม แต่คือ “วิธีการสื่อสาร” เพราะเยาวชนจะเปิดใจมากขึ้น หากเนื้อหาถูกนำเสนอในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและใกล้ตัวเราใช้ทั้งกิจกรรมออนไลน์และออฟไลน์ สื่อสารด้วยคอนเทนต์ที่ทันสมัย เชื่อมเรื่องการไม่ดื่มเข้ากับชีวิตประจำวันและอนาคตของนิสิต ทำให้หลายคนเริ่มมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

หลังจากลงมือทำกิจกรรมต่อเนื่อง ทีมงานพบว่า นิสิตจำนวนมากเริ่มเปลี่ยนมุมมองต่อการดื่ม หลายคนเข้าใจผลกระทบของแอลกอฮอล์มากขึ้น และเริ่มเห็นว่าการ “ไม่ดื่ม” เป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพและอนาคตของตัวเอง




นางสาวธารมิกา กองตื้อ (แตงโม) อีกหนึ่งแกนนำของโครงการ มองว่า ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนพลังของเยาวชนรุ่นใหม่ ที่พร้อมลุกขึ้นมาสร้างสังคมที่ปลอดภัยผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์
การได้รับรางวัลครั้งนี้ ทำให้เห็นว่าเยาวชนสามารถเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของสังคมได้จริง เราอาจเริ่มจากกิจกรรมเล็ก ๆ แต่ถ้าหลายคนช่วยกันสื่อสารและลงมือทำ ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ นอกจากการรณรงค์แล้ว สิ่งที่ทีมอยากส่งต่อมากที่สุด คือการชวนให้คนรุ่นใหม่ “เลือกค่านิยม” ที่ไม่ทำร้ายตัวเองหลายคนมองว่าการดื่มคือเรื่องปกติของการเข้าสังคม แต่จริง ๆ แล้ว ยังมีกิจกรรมอีกมากที่ทำให้เราเชื่อมโยงกับเพื่อนได้ เช่น การเล่นกีฬา การทำกิจกรรมอาสา หรือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งทั้งหมดนี้สร้างทั้งความสุขและสังคมที่ดีได้เหมือนกัน” นางสาวธารมิกา กล่าว






FOLLOW UP

ติดตามข่าวสาร มพ.

Facebook Official
SOCIAL MEDIA

ติดตามผ่าน TikTok มพ.

@uptiktok2026