มหาวิทยาลัยพะเยา ติดอันดับ 1ใน8 องค์กรจากทั่วประเทศ ร่วมเป็นองค์กรต้นแบบการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ของประเทศไทย

มหาวิทยาลัยพะเยา ติดอันดับ 1ใน8 องค์กรจากทั่วประเทศ ร่วมเป็นองค์กรต้นแบบการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ของประเทศไทย

ศูนย์วิจัยพลังงานทดแทนและสิ่งแวดล้อม วิทยาลัยพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยพะเยา โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณภัทร จักรวัฒนา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ ได้รับการคัดเลือกจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เป็น 1 ใน 8 องค์กร จากทั่วประเทศ ให้เข้าร่วมในโครงการต้นแบบการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ (T-VER) โดยโครงการนี้พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกและสามารถนำปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นที่เรียกว่าคาร์บอนเครดิตที่ภายใต้โครงการนี้เรียกว่า “TVER” ไปขายในตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจในประเทศได้ ซึ่งเป็นกลไกการรักษาสิ่งแวดล้อมพร้อมสร้างรายได้ให้กับหน่วยงานหรือชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการส่งเสริมการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกของประเทศ  ได้พัฒนารูปแบบตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจขึ้น เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยมีกิจกรรมการลดก๊าซเรือนกระจกโดยใช้กลไกตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ จากประสบการณ์การดำเนินโครงการ CDM ทั่วโลกได้แสดงให้เห็นผลประโยชน์ร่วม    (Co-benefit) ของการลดก๊าซเรือนกระจก เช่น ช่วยลดมลพิษ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดการใช้พลังงาน ส่งเสริมสุขภาพอนามัย ช่วยลดปัญหาการจราจร เป็นต้น รวมถึงการจ้างงานและส่งเสริมพัฒนาอาชีพใหม่ๆ มากขึ้นด้วย

โดย อบก. ได้จัดพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินโครงการต้นแบบสำหรับการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ในเดือน 17 มีนาคม 2557 นี้ ระหว่าง อบก. กับหน่วยงานที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นโครงการต้นแบบ จำนวน 8 หน่วยงาน ได้แก่ 1. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 2.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) 3. ธนาคารกสิกรไทย 4. บริษัท เดลต้าอีเลคโทรนิคส์ จำกัด    5. บริษัท ปริโตเลียมไทย (สำรวจและผลิต) ปตท. สผ. 6. มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย 7. วัดหนองจระเข้ 8. ศูนย์วิจัยพลังงานทดแทนและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยพะเยา ซึ่งได้รับเกียรติจากรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกียรติเป็นประธาน

ซึ่ง ม.พะเยาเป็นเพียง 1 ใน 2 มหาวิทยาลัยจากทั่วประเทศที่ได้รับการคัดเลือกให้ร่วมโครงการนี้ โดย ม.พะเยาจะทำหน้าที่พัฒนา 2 โครงการ ได้แก่ โครงการกักเก็บก๊าซมีเทนจากการบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ และโครงการลดก๊าซเรือนกระจกจากภาคการเกษตร ซึ่งเลือกพื้นที่การเกษตรบริเวณชุมชนรอบมหาวิทยาลัยเข้าร่วมความสำเร็จในการดำเนินการดังกล่าว ถือเป็น ส่วนหนึ่งของความสำเร็จตามยุทธศาสตรทางด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญในการพัฒนาพะเยาให้เป็นการพัฒนาสู่เศรษฐกิจเขียวและสังคมคาร์บอนต่ำ (Green Growth Economy and Low Carbon Society) ที่เป็นกระแสโลกาภิวัฒน์ในปัจจุบัน

 


ภาพ :      
ข้อมูล/ข่าว :      
เพิ่มข่าวโดย :   suttikran.kh@up.ac.th   วันที่/เวลา :3/25/2014 9:56:30 PM