คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา เดินทางเข้าร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติ “ISPE's 11th Asian Conference on Pharmacoepidemiology” ณ เมืองซีอาน สาธารณรัฐประชาชนจีน


เมื่อเร็วๆ นี้ รศ. ภก. ดร. สุรศักดิ์ เสาแก้ว อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ และประธานคณะกรรมการศูนย์วิจัยผลลัพธ์ทางสุขภาพและโอสถกรรมานุบาล (Center of Health Outcomes Research and Therapeutic Safety; Cohorts) คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา เดินทางเข้าร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติ “ISPE's 11th Asian Conference on Pharmacoepidemiology” ณ เมืองซีอาน สาธารณรัฐประชาชนจีน (https://www.acpe11.org/) โดยนำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง “Hemoglobin A1c levels and ischemic stroke events: a systematic review and meta-analysis”

Hemoglobin A1C (Hemoglobin A1c หรือ Glycated hemoglobin หรือ Glycosylated hemoglobin ย่อว่า HbA1c) ซึ่งเป็นน้ำตาลสะสมในเลือดหรือน้ำตาลสะสม คือ ปริมาณน้ำตาลกลูโคสที่จับอยู่กับสารโปรตีนของฮีโมโกลบินของเม็ดเลือดแดง ที่เรียกว่า Glycated hemoglobin ซึ่งเม็ดเลือดแดงทั่วไปจะชีวิตอยู่ได้ประมาณ 100-120 วัน ดังนั้นค่าน้ำตาลกลูโคสที่ตรวจได้จากเม็ดเลือดแดงจึงเป็นค่าน้ำตาลที่สะสมอยู่ในฮีโมโกลบินนานประมาณ 3-4 เดือน ซึ่งเป็นค่าที่ช่วยการวินิจฉัยว่า ผู้ป่วยเป็นเบาหวานหรือไม่ ซึ่งมีความแม่นยำกว่าการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดที่ผู้ป่วยงดอาหารนานประมาณ 8 ชั่วโมงขึ้นไปที่เรียกว่า Fasting blood sugar (FBS) หรือ Fasting glucose test (FGT) หรือ Fasting capillary blood glucose (FCG) โดยค่าปกติของ HbA1c จะขึ้นกับแต่ละห้องปฏิบัติการ แต่ทั่วไปคือ น้อยกว่า 5.5% แต่การวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน ค่านี้จะต้องสูงตั้งแต่ 6.5% ขึ้นไป ส่วนค่าสำหรับผู้เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน (pre-diabetes) คืออยู่ในช่วง 5.6% - 6.4%
ผู้วิจัยพบว่านอกจากระดับ HbA1c จะช่วยในการวินิจฉัยและติดตามการควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานแล้ว ยังสามารถช่วยทำนายการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน (ischemic stroke) ได้ด้วย โดยพบว่าหากระดับ HbA1c มีค่ามากกว่า 6.5% จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน [Hazard ratio (HR) 1.58, 95% CI, 1.30-1.87], โรคหลอดเลือดสมองทุกประเภท [HR 1.70, 95% CI, 1.51-1.90], โรคหัวใจ [HR 1.73, 95% CI, 1.43-2.02], โรคหลอดเลือดหัวใจ [HR 2.21, 95% CI, 1.68–2.74] และการเสียชีวิต [HR 1.70, 95% CI, 1.32-2.07] อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งการศึกษาดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างมากในเวชปฏิบัติและนโยบายในการดูแลติดตามผู้ป่วยเบาหวานในการควบคุมระดับน้ำตาลอย่างใกล้ชิด


ภาพ :   คณะเภสัชศาสตร์   
ข้อมูล/ข่าว :    นายวิจิตรศักดิ์ คำดี   
เพิ่มข่าวโดย :   suttikran.kh@up.ac.th   วันที่/เวลา :12/21/2018 5:29:48 PM