คณะแพทยศาสตร์ ม.พะเยา ลงพื้นที่ดำเนินโครงการ “หมู่บ้านสุขภาพดีเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ผลักดันการสร้างสุขภาพชุมชนท้องถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอน

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยดำเนินโครงการ “หมู่บ้านสุขภาพดีเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตอบสนองนโยบายการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน ตามปณิธานของมหาวิทยาลัย “ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน” โดยมีเป้าหมายมุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยส่งเสริมสุขภาพ (Healthy University) เพื่อสร้างเสริมสุขภาพชุมชนท้องถิ่น

โครงการดังกล่าวมหาวิทยาลัยได้เริ่มตั้งแต่ปี 2556 ที่จังหวัดพะเยา และขยายผลไปยังจังหวัดสิงห์บุรีและจังหวัดน่าน โดยทั้ง 3 จังหวัด ได้ผลักดันให้นำไปสู่จังหวัดที่มีสุขภาพดี โดยในปี 2561 มหาวิทยาลัยพะเยาได้ขยายผลลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทั้งทางด้านวัฒนธรรมและความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธ์ ประกอบกับการให้บริการทางด้านการแพทย์ในพื้นที่สูงยังไม่เข้าถึงในทุกพื้นที่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดารห่างไกลความเจริญ การดำเนินงาน มหาวิทยาลัยได้นำนิสิตจาก 9 สาขาวิชา 14 หลักสูตรฝึกปฏิบัติวิชาชีพ ครอบคลุมพื้นที่ทุกอำเภอ จำนวน 7 อำเภอ และได้ดำเนินโครงการในตำบลนำร่อง 13 ตำบล 13 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โดยคณะแพทยศาสตร์ดำเนินการสำรวจปัญหาด้านสุขภาพ และนำปัญญาหรือองค์ความรู้ถ่ายทอดผ่านนิสิตชั้นปีที่ 3 ทุกสาขาวิชาจำนวน 841 คน ตามหลักการศึกษาแบบสหวิชาชีพ interprofessional education (IPE) ซึ่ง ประกอบด้วยนิสิตแพทย์    นิสิตสาขาวิชาอนามัยชุมชน สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย สาขาวิชาการส่งเสริมสุขภาพ สาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ สาขาวิชาการแพทย์แผนจีน และสาขาวิชาคู่ขนาน เพื่อให้นิสิตฝึกปฏิบัติการภาคสนามบูรณาการในรูปแบบทีมหมอครอบครัว Family Health Team  แต่ละทีมประกอบด้วยนิสิตจำนวน 13 – 15 คน ทำการสำรวจ วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้เครื่องมือวินิจฉัยชุมชน เครื่องมือ 7 ชิ้น และประเมินผลการดำเนินงานพัฒนา “หมู่บ้านสุขภาพดีเฉลิมพระเกียรติ  60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” โดยใช้เกณฑ์การประเมิน  3 กลุ่มคือ  1. เกณฑ์ Healthy Thailand 4 มิติ 30 ตัวชี้วัด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 2. เกณฑ์การมีส่วนร่วม 3P เกณฑ์ 33 ตัวชี้วัด (People Place Partnership) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80  3. การคัดกรองโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ในกลุ่มอายุ 15 60 ปี โดยใช้เครื่องมือ “ปิงปองจราจรชีวิต 7 สี” ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90  

ศาสตราจารย์พิเศษ  ดร.นพ.วิชัย  เทียนถาวร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา กล่าวว่า การดำเนินโครงการครั้งนี้ สืบเนื่องจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้มีพระราชดำริ ต่อศาสตราจารย์เกียรติคุณ  คุณหญิงไขศรี  ศรีอรุณ นายกสภามหาวิทยาลัยว่า“เราอยากสร้างปัญญา เพื่อช่วยเหลือประชาชาชน มากกว่าการสร้างวัตถุ”  ท่านนายกสภามหาวิทยาลัย จึงมอบนโยบายการพัฒนามหาวิทยาลัยพร้อมมอบหมายคณะแพทย์จัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในวโรกาสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา จึงเป็นที่มาที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยาได้ริเริ่มจัดโครงการ“หมู่บ้านสุขภาพดีเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” โดยเริ่มจากการลงพื้นที่ จ.พะเยา จ.สิงห์บุรี และจ.น่าน ในปี 2561 มหาวิทยาลัยลงพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน เพราะเป็นพื้นที่ที่มีปัญหามากที่สุด ทั้งด้านสุขภาพ ชีวิตความเป็นอยู่ และต้องการความช่วยเหลือทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข การที่นิสิตได้ฝึกปฏิบัติวิชาชีพในพื้นที่ทำให้นิสิตได้พัฒนาตัวเอง ได้เผชิญปัญหา อุปสรรค ได้เรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ในสังคมที่ต่างวัฒนธรรม เด็กจะได้เรียนรู้การใช้ชีวิต รู้จักให้ รู้จักแบ่งปัน เพื่อนิสิตจะเติบโตเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ สามารถช่วยเหลือและเป็นที่พึ่งของสังคมได้ ที่สำคัญขอขอบคุณผู้ว่าราชการ จ.แม่ฮ่องสอน และนายอำเภอทุกอำเภอที่ให้การสนับสนุน ที่ทุ่มเททำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่  การลงปฏิบัติงานในพื้นที่นิสิตถือเป็นหลักที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการขับเคลื่อนการทำงาน ทั้งหมดเป็นกลไกสำคัญทำให้ทุกภาคส่วนสามารถทำงานร่วมกันได้  

สำหรับในส่วนของนายพิศิษฐ์  กิจบุญอนันต์ นายอำเภอเมือง จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า  การที่มหาวิทยาลัยนำนิสิตมาฝึกปฏิบัติวิชาชีพและฝึกประสบการณ์ในพื้นที่เป็นเรื่องที่ดี และควรให้การสนับสนุน เพราะนิสิตจะได้สัมผัสและเรียนรู้วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวบ้านจริงๆ นิสิตจะได้เรียนรู้และพัฒนาตนเอง การลงพื้นที่ของนิสิต ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวกและดูแลนิสิตและบุคลากรของมหาวิทยาลัยตลอดระยะเวลาที่ลงพื้นที่ใน จ.แม่ฮ่องสอน

นอกจากนั้น นางสาววิชชุดา  ทับศิริ นิสิตชั้นปีที่ 3 สาขาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ได้กล่าวถึงการลงพื้นที่ในครั้งนี้ว่า หนูรู้สึกประทับใจในความมีน้ำใจของชาวบ้าน พ่ออุ้ย แม่อุ้ย ท่านห่วงใย เอาใจใส่เราเหมือนลูกเหมือนหลาน  ตลอดระยะเวลาการฝึกปฏิบัติงานที่นี่ทำให้ได้เรียนรู้หลายอย่าง รู้สึกดีที่เป็นผู้ให้ ได้ช่วยเหลือ ดูแลคนในชุมชน ถึงแม้ที่นี่ความเป็นอยู่จะไม่สะดวกสบาย เดินทางด้วยความยากลำบาก แต่หนูก็ประทับใจ เพราะทำให้เรารู้ว่าอุปสรรคที่เจอ เราสามารถผ่านไปได้ด้วยตัวของเราเอง

โครงการดังกล่าว ทำให้นิสิตได้เรียนรู้ได้ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ เกิดเครือข่ายสุขภาพ ชุมชนได้เรียนรู้และร่วมกันสร้างเสริมสุขภาพชุมชนท้องถิ่นให้ชุมชน เกิดความตระหนักในการดูแลสุขภาพ และคนในพื้นที่เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค การใช้ชีวิต เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคและปัญหาด้านสุขภาพ นอกจากนั้นมหาวิทยาลัยได้วางแผนเพื่อให้นิสิตลงพื้นที่ พร้อมติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อให้แน่ใจว่าคนในชุมชนสามารถดูแลและพึ่งพาตัวเองในเบื้องต้นได้


ภาพ :   บรรเจิด หงษ์จักร   
ข้อมูล/ข่าว :    นางสาวกนกวรรณ ประภากรณ์   
เพิ่มข่าวโดย :   rattanapong.tu@up.ac.th   วันที่/เวลา :6/11/2018 4:18:44 PM