ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวคิดและความเป็นมาของการจัดตั้งโครงการ Campus Power ว่า “มหาวิทยาลัยพะเยาเป็นมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ ที่มีการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวันสูงตลอดทั้งปี ทั้งนี้เพราะมหาวิทยาลัยมีนิสิตและบุคลากรกว่าสองหมื่นคนที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากในเวลาราชการจันทร์ถึงศุกร์เป็น Day Time Office แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์หรือปิดภาคเรียนก็ยังมีการใช้พลังงานไฟฟ้าสูงเพราะมหาวิทยาลัยมีโรงพยาบาล อาคารปฏิบัติการ บ้านพักอาจารย์ และหอพักนิสิตที่ใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุดถึง 10 MW ดังนั้นแนวคิดการผลิตไฟฟ้าที่เป็น Peak Load จากโซลาร์เซลล์ที่มีราคาถูกและสามารถแข่งขันราคากับไฟฟ้าจากสายส่งได้ เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองในช่วงกลางวัน โดยไม่ต้องจ่ายเข้าระบบจำหน่าย ไม่ต้องเป็นภาระการรับซื้อไฟฟ้าจากหน่วยงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยจะช่วยให้มหาวิทยาลัยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้า"

รองศาสตราจารย์ ดร. วัฒนพงศ์ รักษ์วิเชียร คณบดีวิทยาลัยพลังงานและสิ่งแวดล้อม ผู้นำเกี่ยวกับระบบ Smart Grid ว่า โครงการ Smart grid เกิดขึ้นแห่งแรกในอาเซียน และเกิดขึ้นที่แรกในมหาวิทยาลัยพะเยา เพราะฉะนั้นเราจะบริหารด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ระบบ IT แบบสมบูรณ์แบบ เพื่อเป็นการพัฒนาทางด้านระบบพลังทดแทนในประเทศไทย และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้สถาบันอื่น หรือผู้ที่สนใจ เข้ามาศึกษาเกี่ยวกับ Smart grid และในอนาคตเราจะเป็นตัวอย่างและสามารถต่อยอดไปยังชุมชนได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ระบบการผลิตกระแสไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนเช่นระบบพลังงานแสงอาทิตย์จะมี  ส่วนสำคัญในการผลิตกระแสไฟฟ้าเสริมจากโรงไฟฟ้าหลักและจ่ายเข้าสู่ระบบให้เพียงพอต่อความต้องการในอนาคตระบบสายส่งอัจฉริยะจะทำให้การผลิตกระแสไฟฟ้ามีต้นทุนต่ำอีก ทั้งการเชื่อมโยงโครงข่ายการจ่ายกระแสไฟฟ้าทั่วโลกจะสามารถทำให้ไม่จำเป็นต้องขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติไปยังประเทศต่างๆ ลดค่าใช้จ่ายในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้มาก อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีสายส่งอัจฉริยะนับเป็นเรื่องใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาและยกระดับงานวิจัย รวมถึงด้านวิชาการ เพื่อรองรับการปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าในอนาคตจึงต้องมีการพบปะระหว่างนักวิชาการภาครัฐและภาคเอกชนทั้งประเทศและต่างประเทศ เพื่อทำการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้และแนวทางการพัฒนาระบบสายส่งอัจฉริยะ Smart Grid ในอนาคต

นายวรวิทย์ บุรณศิริ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา กล่าวเกี่ยวกับการจุดประกายเรื่องของพลังงานที่สามารถต่อยอดไปยังชุมชนได้ วิทยาลัยพลังงานและสิ่งแวดล้อมของ ม.พะเยา ถือเป็นการจุดประกายสำคัญให้กับชุมชน โดยเฉพาะของจังหวัดพะเยาแล้ว เพราะฉะนั้นพลังงานเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เรามีแสงแดดซึ่งเป็นพลังงานธรรมชาติที่ดี และมีชีวะมวลจากการเกษตร เพราะฉะนั้นพลังงานทดแทนในวันนี้ จึงควรผลิตเพื่อการใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานชีวะมวล ผมว่าจะเป็นการตอบโจทย์ที่ดี ของชุมชนในจังหวัดพะเยา


ภาพ
: ปราการ บุญมาวงศ์

ข่าว : ณรงค์ วงค์ไชย

ข้อมูลอ้างอิง : วิทยาลัยพลังงานและสิ่งแวดล้อม

 

 

' />

     มหาวิทยาลัยพะเยา จัดโครงการสัมมนานานาชาติ ASEAN Smart Grid Congress 2015 ครั้งที่ 1 โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

 

มหาวิทยาลัยพะเยา จัดโครงการสัมมนานานาชาติ 1st ASEAN Smart Grid Congress 2015 โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

วิทยาลัยพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยพะเยา จัดโครงการสัมมนานานาชาติ 1st ASEAN Smart Grid Congress 2015 โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เพื่อใช้ในการจัดการระบบการผลิตและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ข้อมูลสารสนเทศ และคอมพิวเตอร์ทำให้สามารถจัดการปริมาณการผลิตไฟฟ้าและจ่ายไปยังผู้ใช้ไฟกลุ่มต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ ห้องเมืองพะเยา มหาวิทยาลัยพะเยา  เมื่อวันที่ 16-18 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวคิดและความเป็นมาของการจัดตั้งโครงการ Campus Power ว่า “มหาวิทยาลัยพะเยาเป็นมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ ที่มีการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวันสูงตลอดทั้งปี ทั้งนี้เพราะมหาวิทยาลัยมีนิสิตและบุคลากรกว่าสองหมื่นคนที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากในเวลาราชการจันทร์ถึงศุกร์เป็น Day Time Office แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์หรือปิดภาคเรียนก็ยังมีการใช้พลังงานไฟฟ้าสูงเพราะมหาวิทยาลัยมีโรงพยาบาล อาคารปฏิบัติการ บ้านพักอาจารย์ และหอพักนิสิตที่ใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุดถึง 10 MW ดังนั้นแนวคิดการผลิตไฟฟ้าที่เป็น Peak Load จากโซลาร์เซลล์ที่มีราคาถูกและสามารถแข่งขันราคากับไฟฟ้าจากสายส่งได้ เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองในช่วงกลางวัน โดยไม่ต้องจ่ายเข้าระบบจำหน่าย ไม่ต้องเป็นภาระการรับซื้อไฟฟ้าจากหน่วยงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยจะช่วยให้มหาวิทยาลัยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้า"

รองศาสตราจารย์ ดร. วัฒนพงศ์ รักษ์วิเชียร คณบดีวิทยาลัยพลังงานและสิ่งแวดล้อม ผู้นำเกี่ยวกับระบบ Smart Grid ว่า โครงการ Smart grid เกิดขึ้นแห่งแรกในอาเซียน และเกิดขึ้นที่แรกในมหาวิทยาลัยพะเยา เพราะฉะนั้นเราจะบริหารด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ระบบ IT แบบสมบูรณ์แบบ เพื่อเป็นการพัฒนาทางด้านระบบพลังทดแทนในประเทศไทย และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้สถาบันอื่น หรือผู้ที่สนใจ เข้ามาศึกษาเกี่ยวกับ Smart grid และในอนาคตเราจะเป็นตัวอย่างและสามารถต่อยอดไปยังชุมชนได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ระบบการผลิตกระแสไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนเช่นระบบพลังงานแสงอาทิตย์จะมี  ส่วนสำคัญในการผลิตกระแสไฟฟ้าเสริมจากโรงไฟฟ้าหลักและจ่ายเข้าสู่ระบบให้เพียงพอต่อความต้องการในอนาคตระบบสายส่งอัจฉริยะจะทำให้การผลิตกระแสไฟฟ้ามีต้นทุนต่ำอีก ทั้งการเชื่อมโยงโครงข่ายการจ่ายกระแสไฟฟ้าทั่วโลกจะสามารถทำให้ไม่จำเป็นต้องขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติไปยังประเทศต่างๆ ลดค่าใช้จ่ายในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้มาก อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีสายส่งอัจฉริยะนับเป็นเรื่องใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาและยกระดับงานวิจัย รวมถึงด้านวิชาการ เพื่อรองรับการปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าในอนาคตจึงต้องมีการพบปะระหว่างนักวิชาการภาครัฐและภาคเอกชนทั้งประเทศและต่างประเทศ เพื่อทำการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้และแนวทางการพัฒนาระบบสายส่งอัจฉริยะ Smart Grid ในอนาคต

นายวรวิทย์ บุรณศิริ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา กล่าวเกี่ยวกับการจุดประกายเรื่องของพลังงานที่สามารถต่อยอดไปยังชุมชนได้ วิทยาลัยพลังงานและสิ่งแวดล้อมของ ม.พะเยา ถือเป็นการจุดประกายสำคัญให้กับชุมชน โดยเฉพาะของจังหวัดพะเยาแล้ว เพราะฉะนั้นพลังงานเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เรามีแสงแดดซึ่งเป็นพลังงานธรรมชาติที่ดี และมีชีวะมวลจากการเกษตร เพราะฉะนั้นพลังงานทดแทนในวันนี้ จึงควรผลิตเพื่อการใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานชีวะมวล ผมว่าจะเป็นการตอบโจทย์ที่ดี ของชุมชนในจังหวัดพะเยา


ภาพ
: ปราการ บุญมาวงศ์

ข่าว : ณรงค์ วงค์ไชย

ข้อมูลอ้างอิง : วิทยาลัยพลังงานและสิ่งแวดล้อม

 

 


ภาพ :      
ข้อมูล/ข่าว :      
เพิ่มข่าวโดย :   suttikran.kh@up.ac.th   วันที่/เวลา :12/25/2015 10:01:03 AM